การจัดตั้ง European Border and Coast Guard (EBCG)

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2559 สภายุโรป ได้มีมติเห็นชอบข้อเสนอของ คมธ. ยุโรป ให้จัดตั้งหน่วยงาน European Border and Coast Guard (EBCG) แทนองค์กร Frontex เดิม เพื่อทำหน้าที่รักษาพรมแดนและชายฝั่งของ EU ในสถานการณ์พิเศษ (exceptional situations) โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

 EBCG จะเป็นเป็นกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว (rapid reaction pool) โดยมีบุคลากรจากประเทศสมาชิก และมีจำนวนอย่างน้อย 1,500 คน  หน้าที่ EBCG คือ รักษาพรมแดนและชายฝั่งของอียูเฉพาะในสถานการณ์พิเศษ เช่น เมื่อมีวิกฤตผู้โยกย้ายถิ่นฐาน การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ฯลฯ ซึ่งต่างจากสถานการณ์ปกติซึ่งเป็นหน้าที่ ตม./ตำรวจ ของประเทศสมาชิก

การปฏิบัติหน้าที่ของ EBCG มีเงื่อนไข คือ  (1) เมื่อประเทศสมาชิกร้องขอ ก็จะมีการวางแผนปฏิบัติการร่วมระหว่าง EBCG กับหน่วยงานของประเทศสมาชิกฯ ภายใน 5 วัน  เพื่อเตรียมจัดตั้งหน่วยปฏิบัติงานและอุปกรณ์ที่จำเป็น  (2) ในกรณีที่ประเทศสมาชิกค้านมาตรการที่  EBCG เสนอ หรือ เกิดวิกฤติการณ์ผู้โยกย้ายถิ่นฐานเข้ามาอียูจำนวนมาก  คมธ.ยุโรป สามารถเสนอให้คณะมนตรีสั่งการให้ EBCG เริ่มปฏิบัติการได้ โดยความเห็นชอบของประเทศสมาชิกที่ได้รับผลกระทบและ EBCG  (3) ในกรณีที่ประเทศสมาชิกคัดค้านคำสั่งของคณะมนตรีณฯ  ประเทศสมาชิกอื่นๆ สามารถพิจารณาใช้มาตรการควบคุมพรมแดนชั่วคราวกับประเทศสมาชิกดังกล่าวได้

ขอบเขตการทำงานของ EBCG คือ (1) การติดตามและควบคุมสถานการณ์ผู้โยกย้ายถิ่นฐาน โดยจัดตั้งศูนย์ Monitoring and Risk Analysis Centre ซึ่งจะทำหน้าที่ประเมินความเสี่ยงและช่องโหว่ของระบบ รวมทั้งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประสานงาน (liaison officer) ประจำแต่ละประเทศสมาชิก เพื่อตรวจสอบการเข้า-ออกพรมแดนภายนอกของ EU และรายงานผลการประเมินความเสี่ยงมายังหน่วยงาน EBCG  (2) มี “right to intervene” เพื่อป้องกัน/แก้ไขปัญหาผู้โยกย้ายถิ่นฐานฯ  (3) การปฏิบัติการเฝ้าระวังร่วม (joint surveillance operations) ระหว่างหน่วยงานควบคุมการประมงของยุโรป (European Fisheries Control Agency – EFCA) หน่วยงานความปลอดภัยทางทะเลยุโรป (European Maritime Safety Agency – EMSA) และหน่วยงาน EBCG เพื่อลาดตระเวนบริเวณชายฝั่งของ EU   (4) การปฏิบัติหน้าที่ในประเทศที่สาม โดยการส่งเจ้าหน้าที่ประสานงานไปเพื่อปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับประเทศนั้นๆ

การส่งกลับผู้โยกย้ายถิ่นฐานที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยจัดตั้ง European Return Office เพื่อช่วยคุ้มครอง กัน ติดตาม และส่งกลับผู้โยกย้ายถิ่นฐานจากอียูกลับไปยังประเทศที่สาม โดยอาจออกหนังสือเดินทางชั่วคราวเพื่อการนี้ด้วย   (6) การรักษาความปลอดภัยภายใน (internal security) โดยร่วมมือกับหน่วยงานในอียูและองค์กรระหว่างประเทศเพื่อป้องกันการก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ ฯลฯ

หลังจากผ่านสภายุโรปแล้ว  คณะมนตรีฯ จะต้องมีมติเห็นชอบอีกครั้ง  ในชั้นนี้ คาดว่า EBCG จะสามารถเริ่มปฏิบัติการได้ในเดือน ก.ย. 2559 และสามารถปฏิบัติการได้เต็มรูปแบบในเดือน พ.ย. 2559   ทั้งนี้ การจัดตั้ง EBCG ถือเป็นมาตรการหนึ่งที่จะช่วยประเทศสมาชิกแก้ไขปัญหาผู้โยกย้ายถิ่นทางในอียู  ซึ่งตัวเลขของ UNHCR ระบุว่า ช่วง ม.ค. – ก.ค. 2559 มีผู้โยกย้ายถิ่นฐานเข้าอียูทางทะเล จำนวน 237,173 คน (ฝั่งกรีซ 158,656 คน ฝั่งอิตาลี 76,699 คน ฝั่งสเปน 1,818 คน)  

Print Friendly