การสรุปผลการเจรจา FTA ระหว่างอียู กับเวียดนาม

 

 

  เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2558 กรรมาธิการยุโรปด้านการค้า (Directorate General for Trade) ได้ออกแถลงข่าว (press release) แจ้งการสรุปผลเจรจาในหลักการ (reached an agreement in principle) ความตกลง อียู-เวียดนาม ภายหลังการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างกรรมาธิการการค้ายุโรป (นาง Cecilia Malmstrom) กับรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนาม (นาย Vi Huy Hoang) ในช่วงเช้าของวันดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

1. นาง Malmstrom กล่าวว่า ความตกลงนี้ ถือเป็นมาตรฐาน/รูปแบบ (model) ใหม่ของความตกลง FTA ระหว่างสหภาพฯกับประเทศกำลังพัฒนา และเป็นมาตรฐานที่ดีสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างอียู กับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด เวียดนามเป็นประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ความตกลงดังกล่าวจะช่วงสร้างโอกาสให้กับธุรกิจของทั้งสองฝ่ายจากการเข้าสู่ตลาดที่เพิ่มขึ้นทั้งสำหรับสินค้าและบริการ

2. ประเด็นการเจรจา

- สินค้า   นอกเหนือจากการยกเลิกภาษีสำหรับสินค้าเกือบทุกรายการเวียดนามได้ตกลงที่จะยกเลิกการเก็บภาษีส่งออก (export duties) เกือบทั้งหมดเช่นเดียวกัน

- บริการ  เวียดนามตกลงในการเปิดตลาดบริการในสาขาการเงิน โทรคมนาคม การขนส่ง และไปรษณีย์และพัศดุภัณฑ์

- การลงทุน  เวียดนามตกลงในการเปิดตลาด (ยกเลิกหรือลดข้อจำกัด) ในสาขาการผลิต (manufacturing) ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม และสาขาอื่นๆที่ไม่ใช่อาหาร

- การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ  กฎระเบียบอิงตามความตกลง Government Procurement Agreement (GPA) ภายใต้กรอบความตกลงองค์การการค้าโลก หรือ WTO ที่มีระดับความโปร่งใสเทียบเท่ากับความตกลง FTA ที่อียู จัดทำกับประเทศพัฒนาแล้ว

- ทรัพย์สินทางปัญญา  เพิ่มระดับการคุ้มครองสินค้าเกษตร geographical indication (GI) ของแต่ละฝ่ายในอีกฝ่ายหนึ่ง ตัวอย่างสินค้า GI ของเวียดนาม เช่น Moc Chau Tea และ Buon Ma Thuot coffee

- การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน (Trade and Sustainable Development) ข้อผูกพันของทั้งสองฝ่ายต่อหลักการมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศ (ILO core conventions) ทำให้มั่นใจได้ถึงการเคารพต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงานจากทั้งสองฝ่าย รวมถึงข้อผูกพันในการอนุรักษ์ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เช่น สัตว์ป่า ป่าไม้ และการประมงอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังได้ให้ความสำคัญเรื่อง ความรับผิดชอบของภาคธุรกิจต่อสังคม (corporate social responsibility) และการค้าที่เป็นธรรม และอย่างมีศีลธรรม (fair and ethical trading scheme) รวมถึงการปฏิบัติตามข้อบทอย่างเคร่งครัด (full implementation) เช่น จากกลไกการมี่ส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งในเวียดนาม และสหภาพฯ

- Partnership and Cooperation Agreement (PCA) มีความเชื่อมโยงที่ผูกพันทางกฎหมายกับความตกลง PCA ที่กำกับความสัมพันธ์ระหว่างอียู กับเวียดนามในภาพรวมทั้งหมด เพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าเรื่องสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และหลักนิติธรรม (rule of law) เป็นประเด็นสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่าย

- ความร่วมมือ  มีข้อบทเรื่องความร่วมมือที่มีวัตถึประสงค์เพื่อความช่วยเหลือให้เวียดนามสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงฯได้อย่างเต็มที่ และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีประเด็นสำคัญต่างๆเช่น แรงงานและสิ่งแวดล้อม การอำนวยความสะดวกทางการค้า และวิสาหกิจขนากกลางและย่อม

ท่านสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ Facts and Figures: Free Trade Agreement between EU and Vietnam

สนันสนุนข้อมูลโดย สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลล์

 

 

Print Friendly