การสัมมนาเรื่องการสร้างความเข้าใจเรื่องกฎระเบียบเกี่ยวกับไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ฉบับใหม่ของสหภาพยุโรป

กฎระเบียบฉบับใหม่อียูซึ่งห้ามการจำหน่ายไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ที่ผิดกฎหมายในตลาดอียูจะประกาศใช้ในปลายปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2556 ไม้และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ผิดกฎหมายจะไม่สามารถถูกจำหน่ายในตลาดอียูได้ ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของของไทยไปยังตลาดอียู โดย มูลค่าการส่งออกไม้และผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจากไทยไปอียูมีมูลค่าสูงถึงราว 1 หมื่นล้านบาท ในปี พ.ศ. 2552

กฎระเบียบฉบับใหม่นี้เป็นมาตรการล่าสุดของแผนปฏิบัติการการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้า หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า EU FLEGT Action Plan (EU’s Forest Law Enforcement, Governance and Trade) ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 หัวใจสำคัญของแผนปฏิบัติการ FLEGT ก็คือข้อตกลงการเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจ หรือ VPAs (Voluntary Partnership Agreements)VPAs ซึ่งคือข้อตกลงทางการค้าระหว่างอียูกับประเทศที่สามที่เป็นผู้ผลิตและค้าไม้เพื่อหยุดการทำไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ที่ผิดกฎหมาย ข้อตกลงการเป็นหุ้นส่วนดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้มั่นใจว่าไม้ที่ถูกกฎหมายเท่านั้นจะสามารถเข้าสู่ตลาดอียูได้ และเป็นการส่งเสริมการบริหารจัดการและธรรมาภิบาลป่าไม้ที่ดี และยังเป็นการปกป้องสิทธิของคนในพื้นที่ (indigenous people’s rights) อีกด้วย ภายใต้กฎระเบียบใหม่นี้ใบอนุญาต FLEGT ซึ่งเป็นใบอนุญาตที่จะได้จากการดำเนินการตามข้อตกลง VPAs จะถือเป็นเอกสารรับรองสถานะความถูกต้องตามกฎหมายของไม้และผลิตภัณฑ์ไม้นั้นๆ ซึ่งหมายความว่าไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ที่มีใบอนุญาต FLEGT ดังกล่าวจะได้รับการยกเว้นจากขั้นตอนการพิสูจน์สถานะที่จะมีขึ้นตามกฎระเบียบฉบับใหม่ของอียูที่กำลังจะนำมาใช้นี้ ปัจจุบัน ประเทศที่อียูกำลังเจรจา VPAs ด้วยได้แก่ มาเลเซีย อินโดนิเซีย และที่จะตามมาในอีกไม่ช้าคือเวียดนาม

ในวันที่ 16 กันยายน 2553 คณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และกรมป่าไม้ ได้ร่วมกันจัดให้มีการประชุมสัมมนาเพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักให้ แก่กลุ่มธุรกิจไทยและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของไทยในเรื่องการบังคับใช้กฎ ระเบียบฉบับใหม่ และแผนปฏิบัติการ FLEGT ว่าด้วยเรื่องการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้าของอียู
ดูรายละเอียดเกี่ยวกับงานสัมมนาและผลการสัมมนาได้ที่ http://env2010.thaieurope.net/

Print Friendly