ทีมประเทศไทยพบภาครัฐและเอกชนไทย เพื่อหารือปัญหาการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยไปอียู (18-29 พ.ค. 2554)

ระหว่างวันที่ 18-29 พ.ค.54  ฯพณฯ เอกอัครราชทูตอภิชาติ ชินวรรโณ  พร้อมด้วยทีมประเทศไทย ประกอบด้วย (1)  หัวหน้าสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์ (น.ส.ศิรินารถ ใจมั่น)   (2)  หัวหน้าสำนักงานศุลกากร (นายชยันต์ เอกะโรหิต) (3) หัวหน้าสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์ (นายอดิศร พร้อมเทพ) (4) หัวหน้าสำนักงานวิทยาศาตร์ฯ (น.ส. อุษา กัลลประวิทย์) (5) อัคราชทูตที่ปรึกษา พันทิพา เอี่ยมสุทธา  และ (6) น.ส. ปฤณัต อภิรัตน์ นักการทูตชำนาญการ สนง.ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าพบและหารือกับภาครัฐและเอกชนไทย เพื่อหารือเกี่ยวกับลู่ทางและการแก้ไขปัญหา การส่งออกสินค้าไทยมายังอียู และดูงานการผลิตเพื่อการส่งออกของ

1. การหารือและการดูงานที่เกี่ยวข้องกับเกษตร                                                              

                   ช่วงเช้าของวันที่ 20 พ.ค. ทีมประเทศไทยได้ประชุมร่วมกับคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ โดยมี รองปลัดนิวัติ สุธีมีชัยกุล เป็นประธาน  ทีมประเทศไทยได้รับทราบบทบาทและนโยบายของกระทรวงเกษตร ภารกิจของแต่ละกรม/สนง.  ที่เกี่ยวข้องกับอียู นอกจากนี้ ได้แลกเปลี่ยนข้อคิดห็นในประเด็นสำคัญต่างๆ   ต่อมา ระหว่างวันที่ 23-28  พ.ค. ได้ประชุมหารือเพิ่มเติมในรายละเอียดกับบางหน่วยงาน เช่น (1) กรมวิชาการเกษตร – ปัญหาการส่งออกสินค้าผักสดและผลไม้ไปยังอียู (2) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร (มก.อช.) – บทบาทหน้าที่ใน การควบคุมมาตรฐานสินค้าส่งออกของไทย และ (3) กรมประมง – การปฏิบัติตามกฎระเบียบ IUU ของอียู                 

                    นอกจากนี้  ทีม ปทท. ได้เดินทางไปดูงานต่างๆ เช่น (1) การปฏิบัติงานของ จนท.กรมศุลกากร และ จนท.กรมวิชาการเกษตร และ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภุมิ (2) เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ Central Lab of Thailand หรือ CLT ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันแล็บเอกชนชั้นนำที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตร และทำหน้าที่ตรวจหาสารตกค้างในสินค้าเกษตรที่ส่งออกไปยัง ตปท. รวมทั้งอียู (3) ดูงานแปลงเกษตรกร (ที่ไม่ได้มาตรฐาน GAP) ที่จ.กาญจนบุรี (2) ดูงานไร่ผักออร์แกนิกส์ที่ได้มาตรฐาน GAP ของบริษัท Swift Co.Ltd. ที่ จ.กาญจนบุรี  รวมทั้งเยี่ยมชมโรงคัดบรรจุของบริษัทดังกล่าวที่ จ.นครปฐม และ (4) ดูงานท่าเทียบเรือมหาชัย จ.สมุทรสาคร  เป็นต้น             

                    ประเด็นสำคัญที่หารือ  เช่น  (1) แผนดำเนินงานของกรมวิชาการเกษตรเพื่อแก้ไขปัญหาการส่งออกผัก 5 กลุ่ม/16 ชนิดไปยังอียู  -    ซึ่งได้รับแจ้งจากกรมวิชการว่า ล่าสุด มีโรงคัดบรรจุ 1 บริษัท (บ. Swift) ที่ได้รับการอนุมัติให้จดทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตร เพื่อส่งออกไปยังอียูแล้ว  และอยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอของบริษัทอื่นๆ เพิ่มเติม (2) ประมง -   เรื่องการปฏิบัติตามกฏระเบียบ IUU เกี่ยวกับการทำประมงที่ไม่ผิดกฎหมาย ซึ่งคณะผู้แทนอียูที่มาตรวจสอบมีความพอใจความคืบหน้าการดำเนินการของไทย   เป็นต้น                   

2.  การหารือกับส่วนราชการอื่นๆ  

                    ช่วงบ่ายของวันที่ 20 พ.ค. ทีมประเทศไทยได้เข้าพบและร่วมประชุมกับคณะผู้บริหารของกระทรวงพาณิชย์ โดย ปลัดยรรยง พวงราช ได้สรุปนโยบายของ พณ. นอกจากนี้ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล/ข้อคิดเห็นในประเด็นต่างๆ เช่น (1) การเจรจา FTA ระหว่างไทยกับอียู  (2)  สถานะการเจรจาขอชดเชยโควต้าสินค้าสัตว์ปีก 8 รายการ และปัญหาการบริหารโควต้า และ  (3) การจดทะเบียนคุ้มครองข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องให้ของไทย เป็นต้น เป็นต้น                

                     นอกจากนี้  เมื่อวันที่ 25 พ.ค.  ทีม ปทท. ได้พบหารือกับรักษาการ รมว.วิทย์ฯ (ดร.วีระชัย   วีระเมธีกุล) และปลัดพรชัย รุจิประภา ตามลำดับ ได้รับทราบนโยบายและความสนใจของกระทรวง   วิทย์ฯ ที่จะส่งเสริมความร่วมมือกับอียู เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านงานวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย      

3.  การประชุมหารือระหว่างทีมประเทศไทยกับภาคเอกชนไทยเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับลู่ทางและปัญหาการส่งออกสินค้าไทยมายังอียู       

                     ช่วงเช้าของวันที่ 27 พ.ค.  ที่กระทรวงการต่างประเทศ มีผู้แทนระดับสูงของภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมประมาณ 30 คน  ออท. แนะนำทีมประเทศไทยและภารกิจที่ดำเนินงานเพื่อสนับสนุนภาคเอกชนไทย  แจ้งวัตถุประสงค์ของการประชุมหารือครั้งนี้ว่า เพื่อรับฟังปัญหาอุปสรรคที่ภาคเอกชนประสบในการดำเนินการค้ากับอียู และต้องการให้ทีมประเทศไทยติดตาม เฝ้าระวังและหาลู่ทางแก้ไข           

                     ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ทีมประเทศไทย ได้เข้าร่วมงาน Thai Fex World Food of Asia 2011 ที่อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี และเยี่ยมชมบริษัทที่ส่งออกผลไม้อบแห้ง เครื่องดื่ม ข้าว ผลิตภันฑ์แช่แข็ง ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ประสบปัญหาเรื่องมาตรฐานสินค้า  แต่สนใจเรื่องการหาหรือขยายตลาดในอียู          

                     กิจกรรมทั้งหมดข้างต้นของทีมประเทศไทยช่วยเสริมสร้างความเข้าใจ และความร่วมมือระหว่างทีม ปทท.กับภาครัฐ โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงเกษตรฯ และภาคเอกชนไทย ช่วยสนับสนุนความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยไปยังอียูให้เป็นไปในทางทิศทางเดียวกันและอย่างครบวงจรแล้ว  และช่วยให้ทีมประเทศไทย.ตอบสนองผลประโยชน์ของภาครัฐและเอกชนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หน่วยงานภาครัฐและเอกชนไทยแสดงความชื่นชมทีมประเทศไทย ที่ริเริ่มกิจกรรมในโอกาสที่เดินทางมาราชการที่ประเทศไทยอยู่แล้ว เพราะเป็นช่วงจังหวะเวลาที่ดี เนื่องจากภาครัฐและเอกชนไทยมีปัญหากับอียูในหลายเรื่องที่ต้องร่วมมือเพื่อเตรียมความพร้อมหรือแก้ไขปัญหา     

Print Friendly