รวมพลคน ThaiRoHS ครั้งแรกในประเทศไทย

คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป ร่วมสนับสนุน MTEC จัดกิจกรรม ‘รวมพลคน ThaiRoHS 2009′ ระหว่างวันที่ 4-5 มีค. 52 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับ คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป ศูนย์ข้อมูล Business Information Centre  ของสำนักงานคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปประจำประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เอ็มเทค กระทรวงวิทย์ ฯ  ร่วมกันจัดงานรวมพลคน ThaiRoHS ครั้งแรกในประเทศไทยหวังเพิ่มมูลค่าผลผลิตสินค้าไทยที่รักษ์สิ่งแวดล้อม โดยคณะผู้แไทยประำจำประชาคมยุโรปสนับสนุนการส่งผู้เชี่ยวชาญจาก EU และอังกฤษให้ึความรู้ภาคธุรกิจไทย

4 มีนาคม 2552 อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน รวมพลคน ThaiRoHS 2009 ซึ่งจัดโดย ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับ คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป ศูนย์ข้อมูล Business Information Centre  ของสำนักงานคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปประจำประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วีระศักดิ์  อุดมกิจเดชา ผู้อำนวยการเอ็มเทคกล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวต่อ

ในพิธีเปิดงานครั้งนี้ว่าในรอบทศวรรษที่ผ่านมา สมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของสินค้า เป็นปัจจัยใหม่ที่ทวีความสำคัญขึ้นอย่างรวดเร็ว สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนับวันจะได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากผู้บริโภคและผู้ซื้อในห่วงโซ่อุปทาน ในขณะที่สินค้าที่ไม่ปลอดภัย สินค้าที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง หรือเป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อมนั้นมีกฏกติกาการค้าสากลที่เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรปเป็นเพียงส่วนหนึ่งของมาตรการป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่ได้มีการบังคับใช้เพื่อควบคุมปัญหามลภาวะเป็นพิษในกลุ่มประเทศผู้ซื้อสินค้า และจากคำกล่าวรายงานของท่านผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาตินั้น เป็นที่น่ายินดีว่าปัจจุบันประเทศไทยมีศักยภาพในการก้าวไปสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้ารักษ์สิ่งแวดล้อมระดับโลก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกล่าวต่ออีกว่า แนวทางในการจะให้ประเทศไทยแข่งขันอย่างยั่งยืนนั้น ต้องร่วมกันระดมความรู้ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ งานวิจัย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน นับว่ามีความสำคัญต่อการดำเนินนโยบายให้เป็นผลสำเร็จ การจะผลิตสินค้าเพื่อแข่งขันในตลาดโลกได้ ผู้ผลิตต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดและระบบบริหารจัดการ เพื่อนำสู่การเลิกใช้สารที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและการเพิ่มสมรรถนะทางสิ่งแวดล้อมให้กับสินค้า ดิฉันเชื่อแน่ว่าความร่วมมืออย่างแข็งขันจากทุกฝ่าย ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐจะส่งผลให้บรรลุเป้าหมายนี้ด้วยดี

นายเปกกา เพนติลลา ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลธุรกิจของสำนักงานคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปประจำประเทศไทย ได้กล่าวในวันเปิดงานว่า “ปัจจุบันนี้ ชาวยุโรปทิ้งขยะที่เป็นโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์นับเป็นแสนๆ ชิ้นต่อวัน ทำให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์มีอัตราเพิ่มขึ้นมากที่สุดในบรรดาขยะทั้งหมด และเป็นที่คาดกันว่าปริมาณขยะอีเล็กทรอนิกส์จะเพิ่มขึ้นในระดับนี้ในอีกหลายปีข้างหน้านี้ เพราะฉะนั้น การกำจัดสารตะกั่ว ปรอทและสารที่เป็นอันตรายในขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถูกต้องสามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมได้ ระเบียบที่ว่าด้วยเศษเหลือทิ้งของผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (WEEE) และระเบียบที่ว่าด้วยการจำกัดสารที่เป็นอันตรายบางประเภทในผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (RoHS) ที่มีการกำหนดใช้กันไปเมื่อปี พ.ศ.2546 มีส่วนสำคัญในการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้บ้าง แต่ทางคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี European Commission) เห็นว่าระเบียบดังกล่าวสามารถพัฒนาการลดผลกระทบได้มากกว่านี้ดังนั้น จึงมีกระบวนการทบทวนกฎระเบียบทั้งสองชุดนี้โดยใช้วิธีการที่โปร่งใสและมีการปรึกษากับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในหลายภาคส่วนเพื่อพัฒนาปรับปรุงให้มีกฎระเบียบที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นระเบียบที่ง่าย เข้าใจได้ มีประสิทธิภาพ และบังคับได้จริง”

รองศาสตราจารย์ ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา ผู้อำนวยการเอ็มเทคกล่าวว่า ดังที่ได้ทราบกันดีว่า ปัญหาของสิ่งแวดล้อมโลกที่ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะผ่อนคลายลงทำให้ทั่วโลกมีแนวโน้มในการออกกฎระเบียบ ควบคุมการใช้สารอันตรายในสินค้าอุตสาหกรรมมากขึ้น และเข้มงวดขึ้น   หลังจากที่สหภาพยุโรปได้ประกาศและบังคับใช้ระเบียบ RoHS ที่ว่าด้วยการจำกัดการใช้สารที่เป็นอันตรายบางประเภท และระเบียบอื่นๆ ที่มีการควบคุมปริมาณสารอันตรายในสินค้าที่วางตลาดในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปมาระยะหนึ่ง ซึ่งผู้ประกอบการไทย และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในภาครัฐและเอกชน มิได้นิ่งนอนใจต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และได้ร่วมมือ ร่วมใจกันปรับตัว ปรับกระบวนการผลิตและระบบบริหารจัดการกระบวนการผลิต ตลอดห่วงโซ่อุปทานของผู้ประกอบการไทยสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้ารักษ์สิ่งแวดล้อม       และเพื่อเป็นการแสดงถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมไทย เอ็มเทคจึงได้จัดงานประชุมและนิทรรศการ “รวมพลคนThaiRoHS 2009” ขึ้น ระหว่างวันที่ 4-5 มีนาคม 2552 ณ อิมแพคชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก คณะผู้แทนไทยประจำประชาคมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ศูนย์ข้อมูล Business Information Centre  ของสำนักงานคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปประจำประเทศไทย ในการเป็นผู้ร่วมจัดงาน อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยด้วย

Print Friendly