รายงานเศรษฐกิจสเปนในรอบปี 2558

1. ภาพรวมเศรษฐกิจสเปน

เศรษฐกิจสเปนกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ ได้แก่ อัตราการว่างงาน การบริโภคภายในประเทศ การส่งออก การลงทุนภาครัฐและเอกชน มีการปรับตัวดีขึ้น งเป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการสร้างงานของรัฐบาลสเปน และปัจจัยภายนอกที่สนับสนุน ได้แก่ (1) นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางยุโรป (2) การลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก (3) การลดลงของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของรัฐบาลสเปน ทำให้ภาคครัวเรือนและภาคเอกชนสเปนเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ และ (4) การอ่อนตัวของค่าเงินสกุลยูโร

2. สถานการณ์เศรษฐกิจสเปนในปี 2558

2.1 เศรษฐกิจสเปน เติบโตร้อยละ 3.2 ซึ่งเป็นอัตราการเจริญเติบโตที่สูงที่สุดตั้งแต่ปี 2550 ทำให้สเปนเป็นประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดประเทศหนึ่งใน EU รัฐบาลสเปนคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสเปนจะเจริญเติบโตร้อยละ 3 ในปี 2559 และร้อยละ 2.9 ในปี 2560 ขณะที่ IMF คาดการณ์ว่า จะเติบโตร้อยละ 2.7 ในปี 2559 และร้อยละ 2.3 ในปี 2560

2.2 ปัจจัยหลักที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของสเปน

1. อัตราการว่างงานลดลงอยู่ที่ร้อยละ 20.9 (ปัจจุบัน สเปนมีผู้ตกงาน 4,779,500 คน) มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เท่ากับ 525,100 ตำแหน่ง สาขาที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นมาก ได้แก่ เกษตรกรรม (7%) ภาคบริการ (3.2%) ก่อสร้าง (2.7%) และอุตสาหกรรม (1%) รัฐบาลสเปนคาดว่า อัตราการว่างงานจะลดลงอยู่ที่ร้อยละ 19.7 ในปี 2560

2. การบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 สืบเนื่องจากอัตราการว่างงานที่ลดลง รวมทั้งรายได้ครัวเรือนและการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น ตัวอย่างตัวชี้วัดที่แสดงการเพิ่มขึ้นของการบริโภคภายในประเทศ ได้แก่ (1) ยอดจำหน่ายร้านค้าปลีก (retail sales) เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 (2) ยอดการซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้นร้อยละ 21 ซึ่งเกินกว่าอัตราเฉลี่ยของ EU ที่ร้อยละ 9.3 (3) ยอดการซื้อบ้านในเดือน พ.ย. 2558 เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.7 เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2557 ในขณะที่การซื้อบ้านมือสองเพิ่มขึ้นร้อยละ 30.5 (4) ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 107.4 จุดในเดือน ธ.ค. 2558 จากระดับ 99 จุดในเดือน ก.พ. 2558

3. การลงทุนหรือการสะสมทุนถาวร (gross fixed capital formation) ขยายตัวร้อยละ 6.2 โดยการลงทุนด้านเครื่องจักรเครื่องมือขยายตัวร้อยละ 9.6 ในขณะที่การลงทุนด้านการก่อสร้างขยายตัวร้อยละ 5.7 อนึ่ง จากผลการสำรวจ European Attractiveness Survey 2015 ซึ่งจัดทำโดย Ernst&Young สเปนเป็นประเทศที่น่าลงทุนมากที่สุดอันดับที่ 4 ในยุโรปรองจากสหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส

4. การส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 คิดเป็นมูลค่า 250,241.3 ล้านยูโร ในขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 คิดเป็นมูลค่า 274,415.2 ล้านยูโร ทำให้มูลค่าการขาดดุลการค้าลดลงมาอยู่ที่ 24,173.3 ล้านยูโร จาก 24,471.9 ล้านยูโรในปี 2557 สินค้าส่งออกของสเปนที่สำคัญ ได้แก่ สินค้าทุน รถยนต์ อาหาร เครื่องดื่มและยาสูบ และเคมีภัณฑ์ ประเทศคู่ค้าสำหรับสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ เยอรมนี สหราชอาณาจักร อิตาลี และฝรั่งเศส สินค้านำเข้าหลัก คือ สินค้าทุน เคมีภัณฑ์ สินค้าพลังงาน และรถยนต์ ประเทศคู่ค้าที่นำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เยอรมนี จีน สหรัฐฯ และอิตาลี

ยุโรปยังคงเป็นตลาดส่งออกหลักของสเปน โดยการส่งออกไป EU คิดเป็นร้อยละ 64.8 (เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 63.4 ในปี 2557) ในขณะที่การส่งออกไปภูมิภาคอื่นๆ ของโลกคิดเป็นร้อยละ 35.2 (ลดลงจากร้อยละ 36.6 ในช่วงเดียวกันของปี 2557) การร้อยละ 56 (นำเข้าของสเปนจาก EU เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 53.3 ในปี 2557) ในขณะที่การนำเข้าจากภูมิภาคอื่นๆ ของโลกคิดเป็นร้อยละ 44 (ลดลงจากร้อยละ 46.7 ในช่วงเดียวกันของปี 2557)

ในส่วนของการค้าไทย-สเปน มีมูลค่า 1,332.1 ล้าน USD (ลดลงจากปี 2557 ร้อยละ 8.4) โดยไทยส่งออกไปสเปนมูลค่า 830.06 ล้านดอลลาร์สหระฐ และนำเข้าจากสเปนมูลค่า 502.05 ดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยได้เปรียบทุนการค้ามูลค่า 328.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง รถยนต์ และส่วนประกอบ ยางพารา เคมีภัณฑ์ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เครื่องนุ่งห่ม เม็ดพลาสติก เครื่องประดับ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์โลหะ สัตว์นำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูป กึ่งสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์พลาสติก ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์

5. การท่องเที่ยว ภาคการท่องเที่ยวของสเปนคิดเป็นร้อยละ 15.5 ของ GDP และร้อยละ 15 ของการจ้างงานทั้งหมด ในปี 2558 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวในสเปนมีจำนวน 68.1 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2557 และสร้างรายได้เป็นจำนวนเงินกว่า 67 พันล้านยูโร นักท่องเที่ยวยุโรปส่วนมากมาจากสหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส ส่วนนักท่องเที่ยวจากเอเชียส่วนมากมาจากญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้

ส่วนนักท่องเที่ยวสเปนที่เดินทางไปท่องเที่ยวประเทศไทยในปี 2558 มีจำนวน 150,490 คน คิดเป็นการเพิ่มขึ้นร้อยละ 29.03 จากปี 2557 (116,983 คน)

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเศรษฐกิจสเปนมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่การเจริญเติบโตมีอัตราที่ลดลง เนื่องจาก (1) ความไม่แน่นอนทางการเมืองสเปนภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2558 ที่ปัจจุบันยังไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนแล้ว เห็นได้จากดัชนีวัดความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ (Economic Sentiment Indicator) ซึ่งปรับตัวลดลง 4.1 จุดในเดือน ม.ค. 2559 (2) อัตราการว่างงานที่ยังสูงเป็นอันดับต้นๆ ของยุโรป โดยเฉพาะการว่างงานของกลุ่มคนหนุ่มสาว (ร้อยละ 46.2) แม้ว่าจะมีแนวโน้มลดลง แต่ก็ลดลงอย่างช้าๆ ดังนั้น การว่างงานจึงเป็นปัญหาเศรษฐกิจสำคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาลสเปนจะต้องแก้ไขต่อไป (3) การขาดดุลงบประมาณคิดเป็นร้อยละ 4.5 ของ GDP ซึ่งยังสูงกว่าอัตราที่ EU กำหนดไว้ที่ร้อยละ 4.2 สำหรับปี 2558 ทั้งนี้ EU คาดว่า การขาดดุลงบประมาณในปี 2559 จะอยู่ที่ร้อยละ 3.6 ของ GDP แม้ว่า EU จะกำหนดอัตราไว้ที่ร้อยละ 2.8 (4) หนี้สาธารณะอยู่ที่ร้อยละ 99 ของ GDP ในปี 2558 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกินกว่าร้อยละ 100 ของ GDP ในปี 2559 และ (5) การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงละตินอเมริกา ซึ่งเป็นคู่ค้าและตลาดลงทุนที่สำคัญของสเปน

            สนับสนุนข้อมูลโดย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมาดริด

 

Print Friendly