รู้จักกับผู้ตรวจการสหภาพยุโรป (European Ombudsman) และกลไกในการช่วยเหลือภาคธุรกิจ

ผู้ตรวจการสหภาพยุโรป (European Ombudsman) คืออะไร และมีหน้าที่อะไรบ้าง ?

ผู้ตรวจการสหภาพยุโรป (European Ombudsman) เป็นหน่วยงานอิสระที่ดำเนินการตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานหรือองค์กรของ EU เท่านั้น และจะไม่รับเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานระดับประเทศ ภูมิภาค หรือองค์กรบริหารในระดับท้องถิ่น เนื่องจากเป็นหน้าที่ของผู้ตรวจการในระดับประเทศและระดับภูมิภาค (National and Regional Ombudsmen)

หน้าที่ของผู้ตรวจการสหภาพยุโรปครอบคลุมการตรวจสอบในหลายกรณี เช่น การทุจริตหรือมีสิ่งผิดปกติในการบริหารจัดการ (administrative irregularities) การเลือกปฏิบัติ การใช้อำนาจโดยละเมิด ความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ และความล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันควร เป็นต้น

ทั้งนี้ ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป (the Court of Justice of the European Union) เป็นเพียงหน่วยงานเดี่ยวของ EU ที่ไม่อยู่ในขอบข่ายการตรวจสอบของผู้ตรวจการสหภาพยุโรป ยกเว้นในกรณีที่ศาลฯ ละเมิดหลักสิทธิขั้นพื้นฐาน หลักกฎหมาย และหลักการบริหารที่ดี

ผู้ตรวจการสหภาพยุโรปมีส่วนช่วยภาคธุรกิจได้อย่างไร ?

บรรษัทข้ามชาติ องค์กรหรือสมาคมธุรกิจ และบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่จดทะเบียนดำเนินกิจการภายใน EU สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการสหภาพยุโรปได้ หากพบว่า หน่วยงานหรือองค์กรของสหภาพยุโรปบกพร่องต่อหน้าที่ โดยหน่วยงานเอกชนที่ได้รับผลกระทบสามารถร้องเรียนผ่านระบบออนไลน์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ https://secure.ombudsman.europa.eu/en/atyourservice/secured/complaintform.faces

ตัวอย่างกรณีการร้องเรียนของภาคธุรกิจ

1. กรณีการชำระเงินล่าช้าของโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจาก EU (คดีเลขที่OI/2/2013/EIS)

เมื่อปี 2556 ผู้ตรวจการสหภาพยุโรปได้ตรวจสอบการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการยุโรปเกี่ยวกับความล่าช้าในการชำระเงินให้แก่ผู้รับเหมา หรือผู้ที่ได้รับประโยชน์จากกองทุนหรือเงินอุดหนุนในโครงการต่างๆ ของ EU ตามมาตรา 106 ของกฎระเบียบด้านการคลัง (Regulation No. 2342/2002 ซึ่งระบุให้หน่วยงานของสหภาพยุโรปต้องชำระเงินภายใน 40 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเป็นการเริ่มกระบวนการตรวจสอบโดยผู้ตรวจการสหภาพยุโรปเอง มิได้เกิดจากการร้องเรียนจากภาคธุรกิจ

ทั้งนี้ ผู้ตรวจการสหภาพยุโรปได้ขอให้คณะกรรมาธิการยุโรปชี้แจงข้อมูลการดำเนินงานและแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการดำเนินงาน พร้อมทั้งให้ความคิดเห็นต่อปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งส่งผลให้การดำเนินงานในกรณีดังกล่าวมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้ตรวจการสหภาพยุโรปยังได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคธุรกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดจากความบกพร่องในการดำเนินงานของหน่วยงานหรือองค์กรอื่นๆ ของ EU อีกทางหนึ่งด้วย

2. กรณีความล่าช้าในการดำเนินการสืบสวนการกระทำความผิด (คดีเลขที่ 2521/2011/(MF)JF)

ผู้ตรวจการสหภาพยุโรปได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับความล่าช้าในการดำเนินการของคณะกรรมาธิการยุโรปในการสืบสวนการกระทำความผิดของรัฐบาลสเปนที่ให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีแก่สโมสรฟุตบอลสเปน ซึ่งอาจเข้าข่ายการละเมิดกฎการอุดหนุนโดยภาครัฐของ EU (State Aid Rule)

ผู้ตรวจการสหภาพยุโรปได้สอบสวนสวนมูลฟ้องและขยายผลพบว่า คณะกรรมาธิการยุโรปดำเนินการสืบสวนล่าช้าจริง เนื่องจากโดยปกติจะใช้ระยะเวลาประมาณ 12 เดือน แต่ในกรณีดังกล่าวคณะกรรมาธิการยุโรปใช้เวลานานกว่า 4 ปี นอกจากนี้ ผู้ตรวจการสหภาพยุโรปยังพบด้วยว่า กรรมาธิการยุโรปบางคนมีผลประโยชน์ร่วมในการกระทำของรัฐบาลสเปน และได้ขอให้คณะกรรมาธิการยุโรปดำเนินการสอบสวนกรณีดังกล่าว

3. กรณีความบกพร่องในการแจ้งเตือน (คดีเลขที่ OI/3/2008/FOR)

ผู้ตรวจการสหภาพยุโรปเปิดรับฟังความคิดเห็นและสอบสวนการดำเนินงานของระบบ Early Warning System (EWS) ซึ่งเป็นระบบแจ้งเตือนบุคคลหรือบริษัทที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายการทุจริตในการประกวดราคา อย่างไรก็ดี ระบบดังกล่าวไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการอุทธรณ์การนำรายชื่อบุคคลหรือบริษัทไปเปิดเผยในระบบ

ผู้ตรวจการสหภาพยุโรปจึงขอให้คณะกรรมาธิการยุโรปปฏิรูประบบ EWS โดยให้หลักประกันสิทธิในการร้องเรียน (right to be heard) ก่อนที่จะนำชื่อบุคคลหรือบริษัทไปเปิดเผยในระบบ และสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล ตลอดจนสิทธิในการยื่นข้อร้องเรียนต่อผู้ตรวจการสหภาพยุโรปหรือยื่นฟ้องต่อศาล

4. กรณีความบกพร่องในการให้ข้อมูลเพื่อใช้ในการสอบสวน (คดีเลขที่ 1935/2008/FOR)

ผู้ตรวจการสหภาพยุโรปได้สอบสวนกรณีความบกพร่องของคณะกรรมาธิการยุโรปในการสอบสวนกรณีฟ้องบริษัท Intel ในข้อหาละเมิดกฎการแข่งขันในตลาด EU เนื่องจากบริษัท Intel ฟ้องร้องว่า คณะกรรมาธิการยุโรปบกพร่องต่อหน้าที่ในการบันทึกรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ระหว่างการสอบสวนบริษัท Dell โดยผู้ตรวจการสหภาพยุโรปพบว่า คณะกรรมาธิการยุโรปบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่จริง พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการแก้ไขเพื่อพัฒนากระบวนการสอบสวนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

5. กรณีการละเมิดข้อกำหนดด้านองค์ประกอบพนักงานของ Banking Stakeholder Groups (BSG) ภายใต้การกำกับดูแลของ European Banking Authority (EBA) (คดีเลขที่ 1966/2011/(EIS)LP)

ผู้ตรวจการสหภาพยุโรปได้สอบสวนกรณีการละเมิดข้อกำหนดด้านองค์ประกอบพนักงานของ BSG ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ EBA โดยพบว่า EBA บกพร่องต่อหน้าที่ในการกำกับดูแลข้อกำหนดเกี่ยวกับสัดส่วนสัญชาติของพนักงานของ BSG

6. กรณีข้อจำกัดทางด้านภาษาในการเปิดรับฟังข้อคิดเห็น (คดีเลขที่ 640/2011/AN)

ผู้ตรวจการสหภาพยุโรปได้สอบสวนกรณีที่คณะกรรมาธิการยุโรปบกพร่องต่อหน้าที่ในการเผยแพร่เอกสารตามภาษาราชการของ EU เนื่องจากเอกสารที่เผยแพร่โดยคณะกรรมาธิการยุโรปสำหรับการรับฟังข้อคิดเห็นจากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภาคประชาสังคมมีเฉพาะภาษาอังกฤษเท่านั้น ซึ่งขัดกับหลักการความโปร่งใส หลักการบริหารที่ดี และหลักการไม่เลือกปฏิบัติ โดยผู้ตรวจการสหภาพยุโรปได้ให้คำแนะนำแก่คณะกรรมาธิการยุโรปเพื่อจัดทำเอกสารตามภาษาราชการของ EU ทุกภาษา พร้อมทั้งจัดหาล่ามแปลภาษาระหว่างการเปิดรับฟังข้อคิดเห็นด้วย

7. กรณีความบกพร่องด้านการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิของผู้โดยสารสายการบินใน EU หรือเที่ยวบินที่เดินทางออกจากท่าอากาศยานใน EU (คดีเลขที่ 1475/2005/(IP)GG และ 1476/2005/(BB)GG)

ผู้ตรวจการสหภาพยุโรปได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเผยแพร่รายละเอียดข้อมูลเรื่องสิทธิของผู้โดยสารสายการบินใน EU หรือเที่ยวบินที่เดินทางออกจากท่าอากาศยานใน EU ผิดพลาด กรณีการถูกปฏิเสธการเดินทาง (Denied Boarding) เที่ยวบินถูกยกเลิก (Cancellations) และเที่ยวบินออกเดินทางล่าช้า (Delayed) โดยผู้ตรวจการสหภาพยุโรปได้ให้คำแนะนำแก่คณะกรรมาธิการยุโรปเพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง

8. กรณีการดำเนินงานของสถาบัน European Medicines Agency (MEA) ขาดความโปร่งใส (คดีเลขที่ 2575/2009/(TS)(TN)RA)

ผู้ตรวจการสหภาพยุโรปได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินงานของสถาบัน European Medicines Agency (MEA) ที่ทำหน้าที่ประเมินคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของยา ว่า ขาดความโปร่งใส เนื่องจากสถาบัน MEA ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายงานผลข้างเคียงจากยา ผลการทดสอบประสิทธิภาพของยา และรายงานผลการทดลองยา โดยผู้ตรวจการสหภาพยุโรปได้ขอให้สถาบัน MEA เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว พร้อมทั้งให้คำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลที่สำคัญ

9. กรณีการละเมิดข้อมูลลับของสายการบิน Ryanair (คดีเลขที่ 1342/2007/FOR)

ผู้ตรวจการสหภาพยุโรปได้รับเรื่องร้องเรียนจากสายการบิน Ryanair ในกรณีที่ข้อมูลลับของบริษัทเกี่ยวกับแผนควบรวมกิจการระหว่าง Ryanair และ Aer Lingus รั่วไหลไปยังสื่อมวลชน โดยผู้ตรวจการสหภาพยุโรปได้สอบสวนกรณีดังกล่าวพบว่า การรั่วไหลของข้อมูลเป็นการละเมิดการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับ (Confidentiality Breach) แต่ไม่พบว่า การรั่วไหลเกิดจากความบกพร่องในหน้าที่ของคณะกรรมาธิการยุโรป

อย่างไรก็ดี ผู้ตรวจการสหภาพยุโรปได้ขอให้คณะกรรมาธิการยุโรปปรับปรุงถ้อยคำใน Standard Confidentiality Declaration ให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากถ้อยคำที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของสายการบินในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับยังไม่มีความชัดเจนเท่าที่ควร

แปลและเรียบเรียงโดยทีมงาน thaieurope.net

อ้างอิง

European Ombudsman

http://www.ombudsman.europa.eu/en/atyourservice/good4business.faces#hl6

http://www.ombudsman.europa.eu/en/atyourservice/whocanhelpyou.faces#/page/1

Print Friendly