สรุปการหารือของภาคเอกชนระหว่างการเยือนสวีเดนของนายกรัฐมนตรีในกล่มประเทศนอร์ดิก

          ระหว่างการเยือนสวีเดนอย่างเป็นทางการของคณะนายกรัฐมนตรีได้มีผู้แทนระดับสูงจากบริษัทเอกชนใน 3 สาขาธุรกิจที่มีศักยภาพต่อการส่งเสริมความร่วมมือทาง เศรษฐกิจการค้า การลงทุนของไทยในกลุ่มประเทศนอร์ดิก ได้แก่ สาขาอาหาร                         สาขาพลังงาน/เศรษฐกิจสีเขียว และสาขาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

            โดยการเยือนในครั้งนี้ได้มีตัวแทนจากสถาบันวิจัสถาบันวิทยาศาสตร์เข้าร่วมด้วยเพื่อร่วมส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตระหว่างกันและได้เชิญผู้แทนสหกรณ์เกษตรชุมชนที่พัฒนาตนเองและองค์กรเอกชนที่ผลิตวัตถุดิบและสินค้าที่ได้มาตราฐานแฟร์เทรด ซึ่งป็นมาตราฐานสากลที่เป็นธรรมที่ได้รับการยอมรับในยุโรปร่วมเดินทาง เพื่อสนับสนุนกลุ่ม SMEs ตลอดห่วงโซ่อาหารจากชุมชนสู่สากล การประชุมได้มีการบรรยายสรุปภาพรวมศักยภาพและโอกาสของไทยในกลุ่มประเทศนอร์ดิกดังต่อไปนี้

  1.  ศักยภาพทางเศรษฐกิจของกลุ่มประทเศนอ์ดิกมีศักยภาพใน 5 ด้าน ดังนี้

1.1.    มีขนาดเล็กแต่มีเสถียรภาพสูง แม้ใยช่วงวิกฤติเศรษฐกิจยูโรโซนและมีอัตราว่างงานที่ต่ำมาก

1.2.    มีความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการของมนุษยชาติในอนาคต อาทิ เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม พลังงานทดแทน รวมถึงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (เดนมาร์กเป็น อันดับ 1 ในเรื่องพลังงานสะอาด และนอร์เวย์ เป็นอันดับ 1 ในเรื่องพลังงานน้ำ          ในยุโรป โดยที่สวีเดนมีการใช้พลังงานทดแทนมากกว่าครึ่ง)

1.3.    มีความโดดเด่นเรื่องค่านิยมสากล ได้แก่ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และหลักธรรมาภิบาล

1.4.    หลังจากประสบวิกฤติเศรษฐกิจยูโรโซน ประเทศนอร์ดิกได้เริ่มกระจายความเสี่ยงโดยมุ่งให้ความสนใจเอเชียโดยเฉพาะ  พม่าหลังจากเปิดประเทศ อินโดนีเซียในฐานะแหล่งก๊าซธรรมชาติ และไทยในฐานะศูนย์กลางของอาเซียน

1.5.    มีความสัมพันธ์ที่ดีกับไทย เนื่องจากไทยเป็นประเทศแรกที่มีการสถาปนาทางการทูตกกับประเทสนอร์ดิกทั้ง 4 ประเทศ และมีชาวนอร์ดิกมาเที่ยวประเทศไทยจำนวนมาก เป็นนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงและนิยมเที่ยวซ้ำซึ่งการสร้างชุมชนไทยที่เข็มแข็ง   ก็จะเป็นส่วนต่อขยายของทีมประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

2. จุดแข็งในความสัมพันธ์ไทย – นอร์ดิก

ความถดถอยทางเศรษฐกิจของยุโรป การก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ความริเริ่มลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง และการเปิดประเทศของพม่า ทำให้กลุ่มประเทศนอร์ดิกสนใขอาเซียนมากขึ้นโดยมีไทยเป็น Gateway สู่อนุภูมิภาค

3. จุดอ่อนในความสัมพันธ์ไทย – นอร์ดิก

ห่างไกลในเชิงภูมิศาสตร์และไม่ใช้คู่ค้าหลักระหว่างกัน

           ลู่ทางการส่งเสริมการค้า การลงทุน ระหว่างไทยและประเทศในนอร์ดิกนั้นจำเป็นต้องแสดงบทบาทในฐานะประเทศผู้ให้(กับประเทศที่ 3 ) อาทิ การส่งเสริมค่านิยมประชาธิปไตยและการพัมนาให้ประเทศพม่า ซึ่งขณะนี้ได้มีบริษัทน้ำมันใหญ่ของไทยได้เข้าร่วม   ลงทุนในประเทศพม่าและได้ประสบความสำเร็จ ซึ่งในแง่ของการลงทุนนั้นไทยและนอร์เวย์มีโอกาสร่วมลงทุนในประเทศที่ 3 โดยปัจจุบันนอร์เวย์เสนอที่จะดำเนินโครงการช่วยเหลือพม่าใน 3 คางการ ได้แก่ อนามัยแม่และเด็ก การจัการสิ่งแวดล้อมี่ทะเลสาบอินเล และการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค/โรคติดต่อบริเวณชายแดน และร่วมผลักดันให้นอร์เวย์เห็นว่าอาเซียนกำลังเป็น rising star ในเวทีโลกโดยมีไทยเป็ย Gateway สู่ประเทสในภูมิภาคนี้  ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเดนมาร์ก  นั้นถึงแม้เดนมาร์กจะเป็นประเทศเล็ก แต่ก็เป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมและเป็นจุดกระจายสินค้าโดยเฉพาะทางเรือ เดนมาร์กมีเทคโนโลยีในด้านพัฒนาคุณภพของสินค้าและอาหารที่ดี อย่างไรก็ดีอาหารและสินค้า   เกษตนั้นเดนมาร์กยังมีความเข็มงวดเรื่องการนำเข้าผัก เทียบกับนอร์เวย์แล้วเดนมาร์กไม่มีอุตสาหกรรมใหญ่มีแต่อุตสาหกรรมเบาเช่นเครื่องปั้นดินเผา เครื่องประดับวึ่งถึงแม้ว่าไทยจะประสบวิกฤติน้ำท่วมก็ยังคมีการลงทุนจากเดนมาร์กอย่างต่อเนื่องเพราะฉนั้นแล้วการลงทุนในเดนมาร์กจะต้องพิจารณาไม่ให้ส่งปลกระทบต่อนักลงทุนเดนมาร์กในอุตสาหกรรมเบาและปรับนโยบายจับมือร่วมทุนหรือจูงมือไปยังเป้าหมายประเทศที่สามที่เดนมาร์กสนใจ เช่น พม่า เวียดนาม อินโดนีเซีย

ประเด็นจากภาคเอกชนใน 3 ธุรกิจดังกล่าวมีดังนี้

1. สาขาพลังงาน

      ภาคเอกชนไทยมีความต้องการในการพัฒนาการวิจัยด้านการใช้เชื้อเพลิง และการนำขยะชุมชนมาแปลงเป็นเชื้อเพลิงแทนการเผาด้วยเตาเผาเพราะจะสร้างมลพิษน้อยกว่าการใช้ถ่านหินและสามารถช่วผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้นรวมไปถึงการใช้พลังงานลมเป็น    พลังงานทดแทน

2. สาขาการท่องเที่ยว

      เนื่องจากชาว นอร์ดิกเดินทางไปท่องเที่ยวในไทยค่อนข้างสูงจึงอยากให้มีการผลักดันด้าน Medical Tourism กับฝ่ายนอร์ดิกและผลักดันนโยบายด้าน Health Care แก่ชาวนอร์ดิกระหว่างภาครัฐและหน่วยงานด้านประกันภัยเพื่อเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างรัฐด้วยการดูและบุคคลากรกลุ่มประเทศนอร์ดิกที่เข้ามาลงทุนในไทย และส่งเสริมการเรียนการสอนด้านแพทย์ศาสตร์โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีชีวภาพด้านการแพทย์ (Medical Biotechnology)

3. สาขาอาหารและสินค้าเกษตร / สินค้าแฟร์เทรด

      ชาวนอร์ดิกนิยมบริโภคอาหารที่มีคุณภาพและเป็นสินค้า Organic ซึ่งไทยยังมีโอกาสที่จะโตในตลาดนี้เพระฉนั้นการส่งเสริมการส่งออกสินค้าแฟร์เทรดและสินค้าเกษตร / เกษตรอินทรีย์นั้นเป็นสิ่งสำคัญ โดยเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการพัฒนาธุรกิจไทยผ่านความร่วมมือด้าน International Research Network กับสถาบันวิจัยที่มีศักยภาพต่างๆ

 

Print Friendly