สรุปผลการประชุม Our Ocean Conference 2017

                     การประชุม Our Ocean Conference 2017 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 6 ตุลาคม 2560 ณ สาธารณรัฐมอลตา สรุปสาระสำคัญของการประชุมดังกล่าว ดังนี้

  1. การประชุม Our Ocean จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2014 ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา โดยมีผู้เข้าร่วมจาก 90 ประเทศทั่วโลก  วัตถุประสงค์เพื่อให้นานาชาติเห็นความสำคัญของการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับมหาสมุทร  และได้มีการจัดประชุมดังกล่าวอย่างต่อเนื่องทุกปีจนปัจจุบัน
  2. การประชุม Our Ocean ในปีนี้สหภาพยุโรปเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ณ สาธารณรัฐมอลตา วัตถุประสงค์เพื่อระดมความร่วมมือจากผู้นำประเทศ ภาคเอกชน และองค์กรต่าง ๆ ในการรณรงค์การปกป้องมหาสมุทร โดยมีนาง Federica Mogherini ผู้แทนระดับสูงและรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป และนาย Karmenu Vella กรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม กิจการทางทะเล และการประมง เป็นประธานร่วมในการจัดการประชุม
  3. ประเด็นสำคัญของการประชุม Our Ocean 2017 สรุปดังนี้

             3.1  เงินทุนเพื่อมหาสมุทร คณะกรรมาธิการยุโรปได้แถลงให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบว่า สหภาพยุโรปได้อนุมัติเงินทุนสนับสนุน จำนวน 550 ล้านยูโร เพื่อใช้ในการปกป้องมหาสมุทรจากปัญหาและภัยคุกคามต่าง ๆ  นอกจากนี้ เงินสนุบสนุนอีก 6 พันล้านยูโร จาก 112 ประเทศ จะใช้ในการแก้ไขปัญหามลพิษทางทะเล การขยายพื้นที่อนุรักษ์ การเสริมสร้างความปลอดภัยของมหาสมุทร การริเริ่มเศรษฐกิจสีน้ำเงิน การทำประมงอย่างยั่งยืน การสนับสนุนการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายใต้สนธิสัญญาปารีส และการพัฒนาที่ยั่งยืนภายใต้แผน Agenda 2030

             3.2  การปกป้องมหาสมุทร ผู้นำจากประเทศต่าง ๆ ได้แถลงการณ์ถึงความพร้อมในการให้ความร่วมมือเพื่อขยายการกำหนดเขตพื้นที่คุ้มครองทางทะเลอีกกว่า 2.5 ล้านตารางกิโลเมตร หรือเทียบเท่ากับพื้นที่ครึ่งหนึ่งของภูมิภาคยุโรป

             3.3 ท่าทีของประเทศไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมถึงบทบาท ความมุ่งมั่น และนโยบายของไทยที่มีต่อมหาสมุทร ดังนี้

                    -      กำหนดแผนพื้นที่คุ้มครองทางทะเล (marine protected area) เป็นเนื้อที่ 14,300 ตารางกิโลเมตร (ร้อยละ 4.4 ของ EEZ) ภายในปี 2563 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการ 5 ปี ว่าด้วยการจัดการพื้นที่และมาตรการอนุรักษ์ โดยประเทศไทยจะอนุรักษ์พื้นที่ร้อยละ 10 ของพื้นที่ชายฝั่งและพื้นที่คุ้มครองทางทะเลภายในปี 2573

                    -      ประกาศจัดทำแผนจัดการมลพิษ 2560 – 2564 เพื่อรักษาคุณภาพของสิ่งแวดล้อมทางทะเลและแก้ไขปัญหามลพิษที่เกิดจากกิจกรรมบนแผ่นดิน  และเห็นชอบแผนแม่บทแห่งชาติด้านการจัดการสิ่งปฏิกูลปี 2559 – 2564  และจะประกาศยุทธศาสตร์ 3R (Reduce, Reuse, Recycle) ว่าด้วยการลด การนำมาใช้ใหม่ และการรีไซเคิล และแผนการจัดการเศษพลาสติก เพื่อลดจำนวนขยะพลาสติกภายในปี 2564

                    -      มุ่งมั่นที่จะเข้าร่วม Global Record ของเรือประมง เรือขนส่งห้องเย็น และเรือสนับสนุน ภายในปี 2561 เพื่อเพิ่มบทบาทของการเป็นรัฐเจ้าท่า รวมถึงมีความร่วมมือทางวิชาการกับ Seafood Task Force และ Ocean Mind เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าประมง IUU เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน  นอกจากนี้ ประเทศไทยร่วมกับกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนได้จัดทำนโยบายประมงร่วมภายในปี 2562 เพื่อการประมงที่ยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ และความมั่นคงทางอาหาร

                    -      เตรียมให้สัตยบันและปรับใช้สนธิสัญญา ILO ซึ่งรวมถึงสนธิสัญญา เลขที่ 188 ว่าด้วยการทำงานในภาคประมงเพื่อยกระดับมาตรฐานแรงงานในทะเล โดยไม่ให้แรงงานต่างด้าวต้องเสี่ยงอันตราย

                    -      บริษัท Thai Union ในฐานะบริษัทผู้ผลิตสินค้าประมงที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้แถลงต่อที่ประชุมว่า ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดจากบริษัท Thai Union และบริษัทในเครือ John West, Genova, Chicken of the Sea, Mareblu, Petit Navire และ SEALECT จะต้องมาจากแหล่งประมงที่ยั่งยืน  โดยมีแผนที่จะให้การรับรองผลิตภัณฑ์อย่างน้อยร้อยละ 75 ภายในปี 2563  ซึ่งบริษัทฯ เตรียมเงินลงทุนเพื่อการพัฒนาระบบรับรองจำนวน 90 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะร่วมมือกับ WWF, the Marine Stewardship Council, Legambiente, Global Sustainable Seafood Initiative

          4. สาธารณรัฐอินโดนีเซียจะเป็นเจ้าภาพการจัดการประชุม Our Ocean 2018 เพื่อติดตามและนำเสนอผลการดำเนินงานของแต่ละประเทศต่อไป

          5. สหภาพยุโรปให้ความสำคัญต่อทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างมาก ซึ่งมหาสมุทรถือเป็นแหล่งทรัพยากรอาหารที่สำคัญของมนุษย์ โดยถือเป็นทรัพย์สินส่วนกลางที่ทุกประเทศจำเป็นต้องรักษา ปกป้อง และฟื้นฟู เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งผลจากการประชุมในครั้งนี้เป็นการระดมความคิดเห็นและความร่วมมือ เพื่อเสริมสร้างให้ประเทศต่าง ๆ ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาไปในทิศทางเดียวกัน

           โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

                  

Print Friendly