สหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ cholecalciferol เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive)

                  เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2017/1492 of 21 August 2017 concerning the authorisation of cholecalciferol as feed additives for all animal species ตามปรากฎใน EU Official Journal L 216/19 สรุปสาระสำคัญของประกาศดังกล่าว ดังนี้

                           1.      คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นชอบอนุญาตให้ใช้ cholecalciferol เป็นสารเสริมในอาหารสัตว์ (feed additive) เนื่องจากพิจารณาแล้วพบว่า ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม ซึ่ง cholecalciferol เคยได้รับอนุญาตให้ใช้ในอาหารสัตว์กับสัตว์ทุกชนิดได้อย่างไม่จำกัดเวลาตาม Directive 70/524/EEC  และถูกบรรจุให้อยู่ในบัญชีรายชื่อสารเสริมสอดคล้องตามมาตรา 10(1) Regulation (EC) No 1831/2003 อย่างไรก็ดี มีผู้ยื่นคำร้องขอให้มีการประเมินความเสี่ยงของ cholecalciferol ใหม่ 3 ราย วัตถุประสงค์เพื่อขอใช้ cholecalciferol ผสมในน้ำดื่มสำหรับสัตว์ทุกชนิด โดยขอให้บรรจุ cholecalciferol อยู่ในกลุ่มสารประเภทบำรุงร่างกาย (nutritional additives) กลุ่ม vitamins, pro-vitamins และสารอื่นที่มีผลคล้ายคลึงทางเคมี ซึ่งหน่วยงาน EFSA (European Food Safety Authority) ได้ประเมินผลความเสี่ยงและได้ให้ข้อคิดเห็นในปี 2555, 2556, 2557 และ 2560 โดยได้ข้อสรุปว่า cholecalciferol ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม รวมถึง cholecalciferol เป็นแหล่งสะสมของวิตามิน Vitamin D3 จึงเห็นควรอนุญาตการใช้งาน cholecalciferol ได้ไปจนถึงวันที่ 11 กันยายน 2570

                            2.   ทั้งนี้ ไม่อนุญาตให้ cholecalciferol จัดอยู่ในกลุ่มสารประเภทบำรุงร่างกาย (nutritional additives) กลุ่ม vitamins, pro-vitamins และสารอื่นที่มีผลคล้ายคลึงทางเคมีที่ใช้ในน้ำดื่มสำหรับสัตว์  หากไม่ห้ามใช้ cholecalciferol ในอาหารสัตว์ผสม (compound feeds) ที่ให้กับสัตว์ทางน้ำดื่ม

                            3. อย่างไรก็ดี พบว่า การเตรียม Vitamin D3มีความเสี่ยงต่อผู้ใช้งานที่จะได้รับสารพิษของ vitamin D3จากการสูดดมและเมื่อสัมผัสกับฝุ่น ดังนั้น จึงกำหนดให้ต้องสวมใส่ชุดที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการสูดดมสารดังกล่าวขณะใช้งาน รวมถึงกำหนดปริมาณการใช้ cholecalciferol สูงสุดในอาหารสัตว์แต่ละชนิด

                            4. กฎระเบียบดังกล่าวได้อนุโลมช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน ดังนี้

                            - cholecalciferol และสารผสมล่วงหน้า (premixture) ที่มีส่วนประกอบของ cholecalciferol ที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 11 มีนาคม 2561 ที่ปฎิบัติตามข้อกำหนดที่เคยกำหนดไว้ก่อนวันที่ 11 กันยายน 2560 สามารถวางจำหน่ายและใช้ต่อไปได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

                            -  วัตถุดิบอาหารสัตว์ (compound feed) และอาหารสัตว์ผสม (feed materials) ที่มีส่วนประกอบของ cholecalciferol สำหรับสัตว์ที่ใช้เป็นอาหารที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 11 กันยายน  2561 ที่ปฎิบัติตามข้อกำหนดที่เคยกำหนดไว้ก่อนวันที่ 11 กันยายน 2560  สามารถวางจำหน่ายและใช้ต่อไปได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

                            -  วัตถุดิบอาหารสัตว์ (compound feed) และอาหารสัตว์ผสม (feed materials) ที่มีส่วนประกอบของ cholecalciferol สำหรับสัตว์ที่ไม่ใช้เป็นอาหารที่มีส่วนผสมของสารดังกล่าวที่ผลิตและติดฉลากก่อนวันที่ 11  กันยายน 2562 ที่ปฎิบัติตามข้อกำหนดที่เคยกำหนดไว้ก่อนวันที่ 11 กันยายน 2560 สามารถวางจำหน่ายต่อไปได้จนกว่าสินค้าจะหมดไปจากคลังสินค้า

                          5. กฎดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ ๒๐ วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal  (ประกาศในวันที่ 22 สิงหาคม 2560)  สำหรับรายละเอียดของกฎดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเวปไซต์ดังนี้

http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=CELEX:32017R1492&from=EN

                               โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Print Friendly