อียูประกาศใช้กฎระเบียบเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าใหม่

 

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2559 อียูได้ประกาศปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการปลอมแปลงสินค้าที่วางขายในอียู ตลอดจนสินค้าผ่านแดน (in transit) เพื่อนำไปขายในประเทศอื่นๆ นอกเขตอียู

“เครื่องหมายการค้า” คืออะไร

 “เครื่องหมายการค้า” (Trademark) หรือ “ตราสินค้า” (brands) คือ สัญลักษณ์ที่ใช้แยกแยะสินค้าและบริการของบริษัทหนึ่งออกจากบริษัท หนึ่ง เช่น ข้อความ ภาพสัญลักษณ์ (logo) อุปกรณ์ หรือรูปแบบอื่นๆ ที่มีความชัดเจน (distinctive device) โดยเครื่องหมายการค้าไม่เพียงแต่บอกแหล่งที่มาของสินค้าและบริการ แต่ยังบ่งบอกถึงคุณภาพของสินค้า ตลอดจนเครื่องมือในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์

1. สาระสำคัญของการปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า

1.1 ค่าธรรมเนียมที่มีราคาถูกลงและการยกระดับหลักความมั่นคงแน่นอนของกฎหมาย (legal certainty) กฎระเบียบใหม่ปรับปรุงค่าธรรมเนียมการต่อทะเบียน (renewal fees) สำหรับเครื่องหมายการค้าอียู (EU Trademarks) ให้มีราคาถูกลงร้อยละ 37 ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับบริษัทที่ต้องการยื่นต่ออายุความคุ้มครอง (บริษัทสามารถยื่นต่ออายุความคุ้มครองได้คราวละ 10 ปี) นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถช่วยเหลือเจ้าของเครื่องหมายการค้าหยุดสินค้าปลอมแปลงที่ผ่านเข้ามายังพรมแดนอียูเพื่อนำไปขายในประเทศอื่นๆ อีกด้วย

1.2 กระบวนการการขอจดทะเบียนที่มีมาตรฐานสอดคล้องกัน สำนักเครื่องหมายการค้าในอียูจะต้องปรับปรุงมาตรฐานการจดทะเบียนให้มีความสอดคล้องกัน ซึ่งจะเป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับบริษัทที่มีการดำเนินการแบบข้ามพรมแดน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่จะต้องยื่นขอความคุ้มครองกับสำนักเครื่องหมายการค้าในทุกประเทศสมาชิก

1.3 การป้องกันการปลอมแปลงสินค้าหรือบริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น กฎระเบียบใหม่นี้เป็นการยกระดับการป้องกันการปลอมแปลงสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่ใช้อียูเป็นทางผ่านเพื่อนำสินค้าไปขายในประเทศ อื่นๆ นอกเขตอียู เช่น เสริมสร้างประสิทธิภาพของกฎหมาย โดยเฉพาะสิทธิและขอบข่าย (trademark rights and scope) ตลอดจนการยกระดับตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียบคุ้มครองเครื่องหมายสินค้าในยุคดิจิตอล เช่น เสียง ภาพเคลื่อนไหว และภาพสามมิติ (hologram mark) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

1.4 การเปลี่ยนชื่อสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาใหม่ สำนักงานที่กำกับดูแลเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญาเปลื่ยนชื่อเป็น The EU Intellectual Property Office (EUIPO) แทนชื่อ เดิม คือ The Office for Harmonization in the Internal Market (OHIM) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Alicante ประเทศสเปน ตลอดจนเปลี่ยนชื่อเครื่องหมายการค้าของอียูจาก Community Trade Mark เป็น EU Trade Mark โดยการปรับปรุงกฎระเบียบครั้งนี้เป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน EUIPO และสำนักงานย่อยในประเทศสมาชิก โดยมีกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง คือ (1) ข้อบังคับ (Directive) ว่าด้วย National Trade Marks across the EU ฉบับที่ 2015/2436 และ (2) กฎระเบียบ (Regulation)  ว่าด้วย Community Trade Mark ฉบับที่ 2015/2424

2. ผลกระทบต่อประเทศไทย

ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังขอเข้าเป็นสมาชิกในพิธีสารมาดริด (Madrid Protocol) หรือพิธีสารเกี่ยวกับความตกลงมาดริดเรื่องการจดทะเบียนเครื่องหมายระหว่างประเทศ (Protocol Relating to the Madrid Agreement Concerning the International Registration of Marks) ซึ่งได้รับการรับรอง ณ กรุงมาดริด เมื่อปี 2535 โดยระบบการจดทะเบียบเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศภายใต้พิธีสารมาดริด หรือ ระบบมาดริด เป็นการอำนวยความสะดวกในการกระจายคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไปยังประเทศที่เป็นภาคีพิธีสารมาดริดใน 97 ประเทศ ซึ่งรวมไปถึงอียู (EU Trade Mark) ด้วย

การที่อียูปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าใหม่นอกจากจะเป็นการยกระดับประสิทธิภาพและสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้กับนักลงทุนของอียูแล้ว ยังเป็นการยกระดับการป้องกันและปราบปรามสินค้าปลอมแปลงให้เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการไทยจะต้องคำนึงถึงการละเมิดเครื่องหมายสินค้า ทั้งการส่งออกสินค้าไปยังอียู และส่งสินค้าผ่านแดนอียูไปยังประเทศอื่นๆ นอกเขตอียู

แปลและเรียบเรียงโดยทีมงาน thaieurope.net

 

Print Friendly