ผลการประชุม Bratislava Summit ของผู้นำประเทศสมาชิกอียูจำนวน 27 ประเทศ ยกเว้นสหราชอาณาจักร(อียู 27)

 

          เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2559  ผู้นำประเทศสมาชิกอียูจำนวน 27 ประเทศ ยกเว้นสหราชอาณาจักร(อียู 27) ได้ประชุมอย่างไม่เป็นทางการที่กรุงบราติสลาวา (Bratislava Summit) เกี่ยวกับทิศทางของอียู หลังจากที่สหราชอาณาจักรลงประชามติออกจากการเป็นสมาชิกอียูเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2559 โดยมีผลการประชุมดังนี้

          ที่ประชุมได้ออก Bratislava Declaration ซึ่งยอมรับว่า อียูเป็นกลไกที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่ยืนยันว่า อียูยังคงเป็นกลไกที่ดีที่สุดและมีความสำคัญอย่างขาดมิได้สำหรับประเทศสมาชิกในการบรรลุวัตถุประสงค์ด้านการรักษาสันติภาพ ประชาธิปไตย และสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ และที่ประชุมยังได้กำหนดวาระการดำเนินงานที่สำคัญของอียูตตาม Bratislava Roadmap เพื่อคลายความกังวลของประชาชนในการแก้ไขปัญหาการย้ายถิ่นฐาน การก่อการร้าย ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมทั้ง เป็นแนวทางให้ประธานคณะมนตรียุโรปประธานหมุนเวียนแห่งสหภาพยุโรป และ คณะกรรมาธิการยุโรป เสนอแผนดำเนินการใน 4 ด้าน คือ

                             1. การย้ายถิ่นฐานและชายแดนอียู อียูมีเป้าหมายที่จะควบคุมสถานการณ์และลดจำนวนผู้เคลื่อนย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปรกติจากนอกอียู พร้อมทั้งปฏิบัติตามข้อตกลง Schengen อย่างเต็มที่อีกครั้ง โดยอียูยึดมั่นที่จะปฏิบัติตามแถลงการณ์อียู – ตุรกี และให้การสนับสนุนกลุ่มประเทศบอลข่านตะวันตก (บัลแกเรีย และประเทศสมาชิกรายอื่นที่มีชายแดนติดกับประเทศนอกอียู) ต่อไปและโดยทันที พร้อมทั้งเร่งให้ European Border and Coast Guard สามารถปฏิบัติการได้อย่างเต็มศักยภาพภายในปีนี้ นอกจากนี้การประชุมคณะมนตรียุโรปในเดือนธันวาคม 2559 จะวิเคราะห์แนวทางความร่วมมือในการลดจำนวนผู้ย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปรกติและเพิ่มสัดส่วนการส่งกลับกับประเทศนอกอียูก่อน

                             2. ความมั่นคงภายในและภายนอกอียู จะสนับสนุนประเทศสมาชิกในการรักษาความมั่นคงภายในและการต่อต้านการก่อการร้าย โดยจะยกระดับความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนข้อมูลความมั่นคงระหว่างประเทศสมาชิก และจะใช้มาตรการระดับสหภาพ เพื่อติดตามการเดินทางผ่านชายแดนอียูของทุกคน รวมทั้งประชากรสัญชาติประเทศสมาชิก และผู้มีสิทธิได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราเข้าประเทศสมาชิก ด้วย European Travel Information and Authorisation System (ETIAS) และในส่วนความมั่นคงนอกอียูและกลาโหม คณะมนตรียุโรปจะตัดสินใจว่า อียูจะใช้ทางเลือกใดภายใต้สนธิสัญญาฉบับปัจจุบันเพื่อเพิ่มศักยภาพกลาโหมของอียูต่อไป และอียูจะเริ่มปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมอียู – NATO โดยทันที

                             3. เศรษฐกิจการพัฒนาทางสังคม และเยาวชน อียูจะสร้างอนาคตทางเศรษฐกิจที่ดี รักษาวิถีการดำเนินชีวิตของชาวยุโรป และสร้างโอกาสแก่เยาวชน โดยอียูจะประเมินผลการดำเนินกองทุน European Fund for Strategic Investment (EFSI) และพิจารณาขยายการดำเนินงานของกองทุนภายในเดือนธันวาคม 2559  ทั้งนี้ คณะมนตรียุโรปจะ (1) ประเมินความคืบหน้าการดำเนินการตามแผน Digital Single Market, Capital Markets Union และ Energy Union ภายในช่วงมีนาคม – มิถุนายน 2560 (2) ถกประเด็นนโยบายการค้าแบบตลาดเปิดที่คำนึงถึงข้อกังวลของประชาชนในการประชุมเดือนตุลาคม 2559 และ (3) ตัดสินใจเกี่ยวกับการสนับสนุนของอียูแก่ประเทศสมาชิกในด้านการแก้ไขปัญหาว่างงานของแรงงานวัยหนุ่มสาวภายในเดือนธันวาคม 2559       

                             4. การดำเนินการต่อไป อียูจะยกระดับกลไกในการติดตามความคืบหน้าในการดำเนินนโยบาย โดยผลการประชุมครั้งนี้วางกรอบสำหรับการติดตามประเด็นข้างต้นผ่านการประชุมคณะมนตรียุโรปครั้งต่อๆ ไป และผู้นำอียู 27 จะประชุมหารืออย่างไม่เป็นทางการอีกครั้งในช่วงต้นปี 2560 ณ กรุงวัลเลตตา  ประเทศมอลตา

เรียบเรียงโดยทีมงาน Thaieurope.net

Print Friendly