ความคืบหน้าการพัฒนาตลาดร่วมดิจิตัล (Digital Single Market Strategy) ของอียู

 

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 สมาคมผู้สื่อข่าวบรัสเซลส์ (Press Club Brussels Europe) ได้จัดงานแถลงข่าว เรื่องแผนยุทธศาสตร์ตลาดร่วมดิจิตัล (Digital Single Market Strategy) ณ กรุงบรัสเซลส์ โดยมีนาย Andrus Ansip รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรปและกรรมาธิการยุโรปด้านตลาดร่วมดิจิตัล เป็นประธานนำเสนอความสำเร็จของแผนยุทธศาสตร์ระยะที่ 1 (เริ่มใช้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558) ซึ่งความคืบหน้าของแผนยุทธศาสตร์อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ และประสบความสำเร็จได้เพราะได้รับความร่วมมือจากประเทศสมาชิก รัฐสภายุโรป และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สรุปสาระสำคัญการแถลงข่าว ดังนี้

  1. EU ได้ยกเลิกค่าใช้บริการโรมมิ่งโทรศัพท์มือถือระหว่างประเทศสมาชิกทั้ง 28 ประเทศ ตั้งแต่ 15 มิถุนายน 2560 ภายใต้นโยบาย “Roam like Home” ซึ่งสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มได้ ที่นี่
  2. EU มีแผนที่จะยกเลิก Geo-blocking หรือการจำกัดข้อมูลตามพิกัดประเทศ ภายในต้นปี 2561 เนื่องจากจจุบัน 68% ของข้อมูลดิจิตัลในแต่ละประเทศสมาชิกถูกจำกัดตามพิกัดประเทศ แต่ในปีหน้าทุกคนใน EU จะสามารถชมภาพยนตร์ออนไลน์ ดูการถ่ายทอดสดกีฬา ฟังเพลง เล่นวีดีโอเกมส์ อ่านหนังสือออนไลน์ ระหว่างเดินทางในทุกประเทศสมาชิก
  3. EU วางแผนที่จะออกข้อบังคับเรื่องการป้องกันข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของการสื่อสารทางอิเล็คทรอนิคส์ใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2561 เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิ์ควบคุมข้อมูลสาธารณะของตนเองได้
  4. EU มีกำหนดการที่จะออกกฏหมายร่วมด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ (Common Cybersecurity Law) เป็นครั้งแรก ในเดือนพฤษภาคม 2561 โดยนาย Ansip ให้ความเห็นว่า ปัญหา cybersecurity หรือปัญหาภัยคุกคามในโลกไซเบอร์นั้นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น ransomware หรือ มัลแวร์เรียกค่าไถ่ ซึ่งประเทศสมาชิกต้องร่วมมือกันแก้ปัญหานี้ โดย EU วางแผนจัดการไว้ ดังนี้
  • ตรวจสอบและปรับแผนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ที่ได้กำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2556 และตรวจสอบบทบาทของหน่วยงานด้านความมั่นคงของเครือข่ายและข้อมูลของ EU (European Union Agency for Network and Information Security: ENISA) เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับกรอบการทำงานที่กว้างขึ้นของ EU
  • สร้างเครือข่าย EU Cybersecurity Centre ระหว่างประเทศสมาชิก
  • นำเสนอเพิ่มมาตรฐาน ระบบการรับรองความปลอดภัย (certification) และการติดฉลาก (labelling) เพื่อที่จะให้ อุปกรณ์ IoT หรือ อุปกรณ์ที่มีการเชื่อมโยงกับโลกอินเตอร์เน็ตเพื่อการสั่งการควบคุมการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต มีความพร้อมและปลอดภัยมากขึ้น โดยแบ่งเกรดในลักษณะเดียวกับมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้า
  1. ภายในปี 2563 จะเป็นครั้งแรกที่ประเทศสมาชิกผสานการใช้คลื่นความถี่ 700 MHz และผลักดันสัญญาณเครือข่าย 5G ให้ทั้วถึงใน EU อย่างน้อยในเมืองใหญ่ๆ ของแต่ละประเทศสมาชิกใน EU
  2. EU มุ่งมั่นพัฒนาให้ทุกคนสามารถใช้ข้อมูลสาธารณะได้อย่างทั่วถึงภายในฤดูไม้ร่วงปีนี้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือหลักในการประกอบธุรกิจออนไลน์
  • EU จะนำเสนอข้อบัญญัติทางกฎหมาย เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเคลื่อนย้าย การจัดเก็บ และการประมวลข้อมูลระหว่างประเทศสมาชิก
  • EU จะสนับสนุนการนำข้อมูลมาใช้เพื่อให้ความสะดวกกับทุกภาคส่วน เช่น ข้อมูลด้านสภาพอากาศและการจราจร เป็นต้น
  • EU คาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจเชิงข้อมูล (data economy) ในปี 2563 สูงเป็นสองเท่าของปี 2559 ซึ่งมีมูลค่า 300 พันล้านยูโร

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญต่อการบรรลุยุทธศาสตร์ตลาดร่วมดิจิตัลข้างต้น คือ ภาครัฐและภาคธุรกิจในแต่ละประเทศสมาชิกเลือกที่จะปกปิดข้อมูลของตน และไม่ต้องการให้ข้อมูลนี้รั่วไหล ซึ่ง EU เองก็มีความเข้าใจถึงประเด็นดังกล่าว อย่างไรก็ดี หากประเทศสมาชิกมีความมั่นใจในมาตรการต่างๆ ของ EU และสามารถช่วยกันพัฒนาตลาดของข้อมูลให้เป็นตลาดเดียวได้ จะส่งเสริมให้เศรษฐกิจยุโรปก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

 สามารถดาวโหลดเอกสารประกอบงานแถลงข่าวได้ ที่นี่

Ansip at Press Club 2

(รูปภาพจาก Twitter นาย Ansip)

 

เรียบเรียงโดยทีมงาน Thaieurope.net

คณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป

Print Friendly