ท่าเรือรอตเตอร์ดัมกับโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย

 

         สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ได้รายงานการดูงานของ พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ท่าเรือรอตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2558 โดยท่าเรือรอตเตอร์ดัมมีความสนใจในโครงการเศรษฐกิจพิเศษทวาย เคยจัดคณะผู้แทนไปเยี่ยมชมพื้นที่โครงการ และได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับความคุ้มค่าของการลงทุน ซึ่งได้มีการสรุปผลการประเมินโครงการว่ายังมีความไม่แน่นอนในหลายประการ ดังนี้ (1) การพาณิชย์ ไม่มีข้อเสนอทางมูลค่า / ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับศักยภาพของท่าเรือทวายในการเป็นประตูไปสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (2) ด้านเทคนิค ไม่มีความชัดเจนเรื่องความลึก / ความไม่ชัดเจนเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินบริเวณท่าเรือ / ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการเชื่อมต่อบนแผ่นดิน (3) ด้านการเงิน ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับขอบเขตการลงทุนที่จำเป็น / ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบทางธุรกิจของท่าเรือ และ (4) ด้านองค์กร ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการบริหารพื้นที่อุตสาหกรรมของท่าเรือ / ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับหุ้นส่วนท้องถิ่นที่เป็นไปได้ (ซึ่งแตกต่างจากการลงทุนในแบบ joint venture ของท่าเรือรอตเตอร์ดัม ในโอมานและบราซิล) /ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากการประเมินดังกล่าวข้างต้น จึงเป็นการยากที่จะสานต่อโครงการดังกล่าว

        อย่างไรก็ตาม รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้แจ้งว่า ท่าเรือทวายมีศักยภาพที่จะเป็นท่าเรือที่ดี ช่วยการเชื่อมโยงและย่นระยะเวลาการขนส่ง (ไม่ต้องอ้อมไปช่องแคบมะละกา) การพัฒนาจะต้องหารืออย่างบูรณาการกับฝ่ายเมียนมาร์ซึ่งฝ่ายไทยพร้อมจะให้การสนับสนุน  ในขณะนี้ มีคณะกรรมการที่ไทยกับเมีนยมาร์ได้จัดตั้งเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการพัฒนาโครงการดังกล่าว ซึ่งความไม่แน่นอนต่างๆ ที่ท่าเรือรอตเตอร์ดัมสรุปนั้น น่าจะเป็นข้อมูลเก่าที่ไม่เป็นปัจจุบัน ซึ่งฝ่ายไทยจะจัดส่งข้อมูลความคืบหน้าของโครงการให้ท่าเรือรอตตเตอร์ดัมต่อไป

       ผลการศึกษาประเมินโครงการท่าเรือทวายของท่าเรือรอตตเตอร์ดัมแจ้งให้ทราบนั้นเป็นผลการศึกษาเพื่อการตัดสินใจภายใน เป็นผลการศึกษาตั้งแต่ช่วงหน้าร้อนปี 2557 ด้วยเหตุผลในความไม่แน่นอนต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นท่าเรือรอตตเตอร์ดัมจึงตัดสินใจไม่สานต่อโครงการท่ารเือทวาย ทั้งๆ ที่ในช่วงเดือน พฤศจิกายน 2557 รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ยังเล็งเห็นถึงศักยภาพของโครงการเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและเนเธอร์แลนด์  ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก จะดำเนินการเพื่อแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับความไม่ชัดเจนต่างๆ ที่การศึกษาสรุปไว้แก่ท่าเรือรอตเตอร์ดัมพิจารณาต่อไป 

สนับสนุนข้อมูลโดย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก

Print Friendly