EU เตรียมออกฉลากประหยัดพลังงานใหม่ (Energy Efficiency Labelling)

 

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2560 EU เห็นชอบข้อเสนอร่างกฎระเบียบ Regulation of the European Parliament and of the Council Setting A Framework for Energy Efficiency Labelling and Repealing Directive 2010/30/EU เกี่ยวกับฉลากประหยัดพลังงาน (Energy Efficiency Label) ใหม่ โดยเหลือเพียงระดับบ่งชี้การประหยัดพลังงานจาก G ถึง A จากเดิมที่มีระดับ A+, A++ และ A+++ เพิ่มเติม เพื่อป้องกันความสับสนในการเลือกซื้อสินค้า

 สาระสำคัญของร่างกฎระเบียบ Energy Efficiency Labelling

ร่างกฎระเบียบฉบับนี้เป็นกรอบการดำเนินการ (Framework) ที่กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการติดฉลากประหยัดพลังงานใหม่ เพื่อใช้แทนข้อบังคับเดิมคือ Energy Labelling Directive 2010/30/EU  โดยคณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอตั้งแต่ปี 2558 โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

 1. ยกเลิกการใช้ระดับบ่งชี้การประหยัดพลังงาน A+, A++ และ A+++ คงเหลือเพียงระดับระดับบ่งชี้การประหยัดพลังงานจาก G ถึง A ในฉลากประหยัดพลังงาน

2. จัดทำฐานข้อมูล (database) ออนไลน์ ประกอบด้วย (1) ฐานข้อมูลสำหรับผู้บริโภค (2) ฐานข้อมูลสำหรับเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบข้อมูลบนฉลากประหยัดพลังงาน

3. จัดทำบทบัญญัติทางกฎหมายเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบ (Software Updates) และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Appliances) เพิ่มเติม

 ดังนั้น กฎระเบียบฉบับนี้นอกจากจะช่วยลดความสับสนในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับผู้บริโภคแล้ว ยังช่วยให้เจ้าหน้าที่ของ EU สามารถตรวจสอบข้อมูลการประหยัดพลังงานบนฉลากสินค้าว่ามีรายละเอียดตรงกับข้อมูลที่ผู้ผลิตได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่หรือไม่ ซึ่งผู้ประกอบการไทยจะต้องคำนึงถึงความถูกต้องของข้อมูลผลิตภัณฑ์ด้วย

 ประเภทเครื่องใช้ในครัวเรือนที่จะต้องติดฉลากพลังงาน (Energy Efficient Products)

เครื่องใช้ในครัวเรือนที่จำหน่ายและนำเข้ามายัง EU ที่จะต้องติดฉลากประหยัดพลังงาน ประกอบด้วย

1. เครื่องปรับอากาศ

2. เครื่องครัวที่ใช้ภายในบ้าน (cooking appliances)

3. เครื่องล้างจานที่ใช้ภายในบ้าน (household dishwashers)

4. เครื่องทำความร้อน และเครื่องทำน้ำร้อน (water heaters)

5. หลอดไฟแบบบังคับทิศทางแสงและแบบ LED (directional and LED lamps)

6. หลอดไฟสำหรับใช้ภายในบ้าน

7. หลอดฟลูออเรสเซนต์

8. เครื่องทำความร้อนพกพาเฉพาะที่ (local space heaters)

9. เครื่องทำความเย็นที่ใช้ภายในบ้าน (household refrigerating appliances)

10. เครื่องทำความเย็นขนาดใหญ่ (professional refrigeration)

11. หม้อต้มไอน้ำเชื้อเพลิงแข็ง (solid fuel boilers)

12. โทรทัศน์

13. เครื่องอบผ้าที่ใช้ภายในบ้าน

14. เครื่องดูดฝุ่น

15. เครื่องระบายอากาศ

16. เครื่องซักผ้าที่ใช้ภายในบ้าน

 รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องติดฉลาก http://europa.eu/youreurope/business/environment/energy-labels/index_en.htm

 การบังคับใช้ร่างกฎระเบียบ

สภายุโรปได้ลงมติเห็นชอบร่างกฎระเบียบฉบับนี้ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2560 โดยคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปจะต้องให้ความเห็นชอบอีกครั้ง ซึ่งจากการสอบถามจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คาดว่า ร่างกฎระเบียบฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กันยายน 2560 โดยมีรายละเอียดการบังคับใช้ ดังนี้

1. ฐานข้อมูลออนไลน์สาธารณะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ติดฉลากประหยัดพลังงาน มีกำหนดเริ่มใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2562 โดยผู้ผลิตจะต้องลงทะเบียนข้อมูลผลิตภัณฑ์บนฐานข้อมูล

2. ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ภายในบ้าน เช่น เครื่องล้างจาน ตู้เย็น เครื่องซักผ้า จะต้องติดฉลากแบบใหม่บนผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ปี 2563

3. เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ จะต้องติดฉลากบนผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ปี 2567 ยกเว้นเครื่องทำความร้อนและหม้อต้มไอน้ำที่จะต้องติดฉลากบนผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ปี 2573

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://www.consilium.europa.eu/en/press/press-releases/2017/03/21-clearer-energy-labelling/

Print Friendly