EU ประกาศให้ใบแดง IUU แก่เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์อย่างเป็นทางการ

                ตามที่ เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๗ คณะกรรมาธิการยุโรป โดย DG MARE ได้เคยประกาศให้ใบเหลืองประเทศเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ให้อยู่ในบัญชีรายชื่อกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยง“ที่ไม่ให้ความร่วมมือ” หรือ “ใบเหลือง”  ในการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย IUU ด้วยเหตุผลว่าขาดการควบคุมการทำประมงโดยเรือประมงที่ชักธงประเทศตนไม่เป็นไปตามข้อกำหนดประมงสากลในฐานะ flag, coastal, port และ market State ซึ่งเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์จะมีเวลา ๖ เดือนในการปรับปรุงข้อบกพร่องดังกล่าวก่อนที่ DG MARE จะประเมินผลอีกครั้งในอีก ๖ เดือนข้างหน้า นั้น

                ในวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐ DG MARE ได้ประกาศให้ใบแดงแก่เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์แล้วอย่างเป็นทางการ ตาม Commission Implementing Decision (EU) 2017/918 of 23 May 2017 identifying Saint Vincent and the Grenadines as a non-cooperating third country in fighting illegal, unreported and unregulated fishing ใน EU Official Journal L139/70 หลังจากที่มีการขยายเวลาประเมินผลให้เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์แล้วถึง ๕ ครั้ง นับตั้งแต่ธันวาคม ๒๕๕๗ เป็นต้นมา  หาก EU ยังคงพบว่า เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ไม่ให้ความร่วมมือในการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย IUU อย่างจริงจัง ไม่มีความรับผิดชอบในฐานะ Flag State, Port State, Coastal State และ Market State ในการต่อต้านการทำประมง IUU  ไม่เคารพต่อข้อกำหนดสากล (RFMOs, IPOA-IUU, FAO) มีเรือ IUU ที่ชักธงเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ (เรือ Asian Warrior หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Kunlun และ Taishan ซึ่งแม้ว่า เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ทางการเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ได้ถอนชื่อเรือดังกล่าวออกจากบัญชีรายชื่อเรือที่ได้รับอนุญาตฯ แล้วก็ตาม หากแต่ไม่มีบทลงโทษหรือปรับผู้กระทำผิดแต่อย่างใด) รวมถึงพบว่า มีเรือประมงเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ลักลอบไปทำประมงนอกน่านน้ำที่ประเทศเซเนกัล (เรือ Gotland)  นอกเหนือจากนี้ ทางการเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ไม่ให้ความร่วมมือและประสานงานที่ดีกับรัฐเจ้าท่า Trinidad and Tobago ในการนำสัตว์น้ำมาขึ้นท่าหรือเพื่อส่งต่อ ตลอดจนทางการเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ไม่สามารถระบุจำนวนหรือชนิดของสัตว์น้ำที่มาขึ้นท่าที่ท่าเรือ Trinidad and Tobago ได้ รวมถึงไม่มีมาตรการป้องกันสัตว์น้ำที่ได้มาจากการทำประมง IUU ให้ขึ้นท่าและปล่อยเข้าสู่ตลาด ขาดการเฝ้าระวัง ควบคุม และตรวจสอบกองเรือในทะเลหลวงและในทะเลของประเทศอื่นๆ ให้มีความรัดกุม รวมถึงไม่มีการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของสินค้าประมงให้มีประสิทธิภาพ ไม่ให้ความร่วมมือกับ ICCAT ในการอนุรักษ์ฝูงปลาทูน่าและปลาที่ย้ายถิ่นอยู่เสมอ ดังนั้น EU จึงเห็นควรให้ใบแดง IUU กับประเทศเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์

                 สรุปสถานะล่าสุดของกลุ่มประเทศใบเหลือง – ใบแดง :

๑.      กลุ่มประเทศใบเหลือง : ปัจจุบัน มี ๗ ประเทศ (รวมประเทศไทย) ที่ยังคงสถานะใบเหลือง คือ                   

                      ๑.๑ เซนต์คิตส์และเนวิส (ได้ใบเหลืองเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๗)

                      ๑.๒ ตูวาลู (ได้ใบเหลืองเมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๗)

                      ๑.๓ ไต้หวัน (ได้ใบเหลืองเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๘)

                      ๑.๔ คิริบาส (ได้ใบเหลืองเมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๙)

                      ๑.๕ เซียร์ราลีโอน (ได้ใบเหลืองเมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๙)

                      ๑.๖ ตรินิแดดและโตเบโก (ได้ใบเหลืองเมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๙)

                      ๑.๗ ไทย (ได้ใบเหลืองเมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๘)

                  ๒. กลุ่มประเทศใบแดง : ปัจจุบัน มี ๓  ประเทศ คือ

                       ๒.๑ กัมพูชา (ได้ใบแดงเมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕)

                       ๒.๒ คอโมโรส (ได้ใบแดงเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๐)

                       ๒.๓ เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ (ได้ใบแดงเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐)

                  ประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ ๑ วันหลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศในวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐)

                  รายละเอียดเพิ่มเติมศึกษาได้จากเวปไซต์ ดังต่อไปนี้

http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=CELEX:32017D0918&from=EN

                  โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Print Friendly