EU อนุญาตให้ใช้ butane (E 943a), isobutane (E 943b) และ propane (E 944) ในการเตรียมสีผสมอาหาร

               เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐ สหภาพยุโรปได้ออกประกาศ Commission Regulation (EU) 2017/874  of 22 May 2017 amending Annex III to Regulation (EC) No 1333/2008 of the European Parliament and of the Council as regards the use of butane (E 943a), isobutane (E 943b) and propane (E 944) in colour preparations ใน EU Official Journal L 134/18 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

                 ๑. กฎระเบียบใหม่นี้เป็นการแก้ไข Annex III ใน Regulation (EC) No 1333/2008 ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อ วัตถุเจือปนอาหาร (food additives) ที่สหภาพยุโรปอนุญาตให้ใช้ในอาหาร โดยการแก้ไขในครั้งนี้ เป็นการอนุญาตให้ใช้ butane (E 943a), isobutane (E 943b) และ propane (E 944) ในการเตรียมสีผสมอาหารในกลุ่ม II และ III       เพื่อช่วยให้สีกระจายทั่วถึงในอาหาร ซึ่ง EU Scientific Committee on Food (SCF) เคยกำหนดระดับค่าตกค้างสูงสุดของ butane (E 943a), isobutane (E 943b) และ propane (E 944) ไว้ ที่ระดับ ๑ มิลลิกรัม/กิโลกรัมต่อสสาร (mg/kg per substance) รวมถึงได้ลงความเห็นว่า หากใช้ในกระบวนการปรุงอาหารให้สุกหรือทอด จะไม่ส่งผลเป็นพิษต่ออาหาร เนื่องจากระดับการตกค้างของแก๊ซที่พ่นอยู่ในระดับที่ต่ำมาก และจากผลการวิจัยที่ได้รับจากผู้ยื่นคำร้องพบว่า ค่าตกค้างของแก๊ซจะลดลงที่ระดับต่ำกว่า๑ มิลลิกรัม/กิโลกรัม เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว ๑ ชั่วโมงหลังจากที่พ่น 

                  ๒. ดังนั้น EU จึงเห็นควรอนุญาตให้ใช้ butane (E 943a), isobutane (E 943b) และ propane (E 944) ในการเตรียมสีผสมอาหารได้  อย่างไรก็ดี จากความเสี่ยงในการติดไฟและเพื่อให้มีการทิ้งช่วงระยะเวลาห่าง EU จึงจำกัดการใช้งานให้เฉพาะกับการใช้งานทางวิชาชีพ (professional use) เท่านั้น เพื่อเป็นหลักประกันว่ามีการเคารพกฎข้อปฎิบัติตามมาตรฐานภาคอุตสาหกรรม และกำหนดว่าต้องให้มีช่วงระยะห่างนับตั้งแต่ที่อาหารได้รับการพ่นสีไปจนถึงมือผู้บริโภค ทั้งนี้ เพื่อควบคุมค่าตกค้างของแก๊ซไม่ให้เกินกว่าค่าที่กำหนดไว้ที่ระดับ ๑ มิลลิกรัม/กิโลกรัม

                 ๓. กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลตามกฎหมาย ๒๐ วันหลังจากที่ประกาศลงใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐)  สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวนี้สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก เวปไซต์ ดังต่อไปนี้

http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=CELEX:32017R0874&from=EN

           โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Print Friendly