EU แก้ไขกฎระเบียบวิธีการสุ่มตรวจและวิธีการตรวจวิเคราะห์หาสารเคมีตกค้างบางรายการในสินค้าอาหาร

ด้วยสหภาพยุโรป (EU) ได้มีประกาศ Commission Regulation (EC) No 333/2007 of 28 March 2007 laying down the methods of sampling and analysis for the official control of the levels of lead, cadmium, mercury, inorganic tin, 3-MCPD and benzo(a)pyrene in foodstuffs ตีพิมพ์ใน EU Official Journal L 88 Volume 29 เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2550 ว่าด้วยการกำหนดวิธีการสุ่มตรวจและวิธีการตรวจวิเคราะห์ในการตรวจสอบการปนเปื้อนสารตะกั่ว แคดเมี่ยม ปรอท ดีบุก 3-MCPD และเบนโซ (เอ) ไพรีน ที่ตกค้างในสินค้าอาหารเพื่อการบริโภค

1. กฏระเบียบใหม่นี้เป็นกฎระเบียบกลาง ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการด้านห่วงโซ่อาหารและสุขภาพสัตว์ของสหภาพยุโรป (The Standing Committee on the Food Chain and Animal Health) ในการกำหนดมาตรฐานของวิธีการสุ่มตรวจและวิธีการตรวจวิเคราะห์ในการตรวจสอบการปนเปื้อนสารตะกั่ว แคดเมี่ยม ปรอท ดีบุก 3-MCPD และเบนโซ (เอ) ไพรีน ตกค้างในสินค้าอาหารเพื่อการบริโภค เพื่อเป็นการปฏิบัติให้ถูกต้องและสอดคล้องกับกฎระเบียบ Regulation (EC) No 882/2004 of the European Parliament and of the Council of 29 April 2004 on official controls performed to ensure the verification of compliance with feed and food law, animal health and animal welfare rules และเพื่อเป็นการป้องกันและหลีกเลี่ยงมิให้ปริมาณของสารตะกั่ว แคดเมี่ยม ปรอท ดีบุก 3-MCPD และเบนโซ (เอ) ไพรีน ที่ตกค้างอยู่ในอาหารสูงเกินกว่าค่าสารตกค้างสูงสุดที่อนุโลมไว้ (MRLs) ในกฎระเบียบ Commission Regulation (EC) No 1881/2006 of 19 December 2006 (ซึ่งล่าสุดสำนักงานฯ ได้รายงานให้ทราบตามบันทึก ที่ 05008/904 ลงวันที่ 21 ธันวาคม 2549 ด้วยแล้ว)

ทั้งนี้ กฏระเบียบดังกล่าวได้กำหนดวิธีการสุ่มตรวจ (sampling) และกำหนดวิธีการเตรียมตัวอย่างและวิธีตรวจวิเคราะห์ (sample preparation and methods of analysis) ของสารจำนวน 6 รายการในสินค้าอาหารไว้ในภาคผนวก (Annex) ของกฎระเบียบนี้

2. กฎระเบียบดังกล่าว จะมีผลตามกฏหมาย 20 วันภายหลังจากที่มีการประกาศกฏระเบียบดังกล่าวใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 29 มีนาคม 2550) และจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในทุกประเทศสมาชิก EU-25 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2550 เป็นต้นไป

สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบใหม่นี้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็ปไซต์ ดังต่อไปนี้

กรุณาคลิกที่นี่

ในเรื่องนี้ สำนักงานมีข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะดังนี้

ก) EU ให้ความสำคัญต่อการควบคุมการปนเปื้อนของสารประเภทโลหะหนักในสินค้าอาหารอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นสารเคมีที่สามารถก่อให้เกิดมะเร็งเมื่อมีการสะสมในร่างกาย ดังนั้น ไทยจึงควรให้ความสำคัญต่อการปรับกฎระเบียบว่าด้วยวิธีการสุ่มตรวจและวิธีการตรวจวิเคราะห์ในการตรวจสอบการปนเปื้อนสารตะกั่ว แคดเมี่ยม ปรอท ดีบุก 3-MCPD และเบนโซ (เอ) ไพรีน ตกค้างในสินค้าอาหารเพื่อการบริโภคของ EU ในครั้งนี้

ข) แม้ว่าที่ผ่านมาในปี 2005 – 2007 EU จะยังคงไม่เคยมีการตรวจพบสารตะกั่ว ปรอท และดีบุกในสินค้าอาหารที่ส่งออกจากไทย หากในปี 2005 เคยมีการตรวจพบสารแคดเมี่ยม 3 ครั้งในเห็ดอบแห้งและปลานิลแช่แข็ง และพบสาร 3-MCPD 2 ครั้งในน้ำปลาและซ๊อสถั่วเหลือง และในปี 2006 เคยมีการตรวจพบสารแคดเมี่ยม 4 ครั้ง ในปลาหมึกกระป๋อง และมีการตรวจพบสารเบนโซ (เอ) ไพรีน 4 ครั้งในปลาดุกรมควันและปลาสวายรมควัน และในปี 2007 มีการตรวจพบสารแคดเมี่ยม 1 ครั้ง ในปลาหมึกแช่แข็ง และตรวจพบสารเบนโซ (เอ) ไพรีน 2 ครั้งในปลาดุกรมควันและปลาสวายรมควัน ดังนั้น ไทยจึงควรเพิ่มความระมัดระวังของการปนเปื้อนของสารทั้ง 3 รายการดังกล่าวตลอดห่วงโซ่การผลิตสินค้าเกษตรและอาหารของไทย

โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

อีเมล์ agrithai@skynet.be

Print Friendly