สหภาพยุโรปไม่อนุญาตต่ออายุให้ DPX KE 459 (flupyrsulfuron-methyl) เป็นสารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์อารักขาพืช

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2560 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกประกาศ Commission Implementing Regulation (EU) 2017/1496 of 23 August 2017 concerning the non-renewal of approval of the active substance DPX KE 459 (flupyrsulfuron-methyl), in accordance with Regulation (EC) No 1107/2009 of the European Parliament and of the Council concerning the placing of plant protection products on the market, and amending Commission Implementing Regulation (EU) No. 540/2011 ว่าด้วยการไม่อนุญาตต่ออายุให้สาร DPX KE 459 (flupyrsulfuron-methyl) เป็นสารออกฤทธิ์ (Active Substances) ในผลิตภัณฑ์อารักขาพืช (Plant Protection Products : PPPs) สรุปสาระสำคัญของประกาศดังกล่าว ดังนี้

1. คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดให้สาร DPX KE 459 (flupyrsulfuron-methyl) สิ้นสุดการอนุญาตใช้ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ซึ่งเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2559 หน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารของสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority) ได้แจ้งผลการวิจัยจากกรณีที่มีผู้ยื่นขอต่ออายุการใช้งานต่อคณะกรรมาธิการยุโรปว่า สารแม่ (parent substance) ของสาร DPX KE 459 (flupyrsulfuron-methyl) สามารถก่อให้เกิดมะเร็งและเป็นพิษต่อการสืบพันธุ์ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็งประเภท 2 และสารพิษประเภท 2 ภายใต้ Regulation (EC) No 1272/2008  รวมทั้งเมตาบอไลต์ของสารดังกล่าวยังก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อน้ำบาดาล ซึ่งส่งผลต่อค่าพาราเมตริกสำหรับน้ำดื่มที่กำหนดไว้ที่ 0,1 µg/l นอกจากนี้ สารดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อสัตว์น้ำโดยเฉพาะสาหร่ายและพืชน้ำ

2. เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2560 คณะกรรมาธิการยุโรปจึงออกประกาศการไม่อนุญาตต่ออายุการใช้สาร DPX KE 459 (flupyrsulfuron-methyl) ต่อไป เว้นแต่จะมีการยื่นขอให้พิจารณาต่ออายุการใช้สารดังกล่าวอีกครั้ง

3. ประกาศดังกล่าวกำหนดให้ประเทศสมาชิกฯ เพิกถอนการอนุญาตผลิตภัณฑ์อารักขาพืชที่มีส่วนผสมของสารดังกล่าวภายในวันที่ 13 ธันวาคม 2560 ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกสามารถยื่นขอการขยายช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านได้ โดยไม่เกินวันที่ 13 ธันวาคม 2561

4. กฎดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ 20 วัน หลังจากที่ประกาศใน EU Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 24 สิงหาคม 2560)

5. สำหรับรายละเอียดของกฎดังกล่าว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเวปไซต์ดังนี้

http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=CELEX:32017R1496&from=EN

          โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

Print Friendly