EU ประกาศหลักเกณฑ์การขอฉลาก Ecolabel สำหรับพื้นผิววัสดุจากไม้ (wood) ไม้ก๊อก (cork) และไม้ไผ่ (bamboo)

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 EU ประกาศหลักเกณฑ์ในการขอฉลาก Ecolabel สำหรับวัสดุตกแต่งพื้น (food covering) (Commission (EU)) 2017/176 of 25 January 2017 on establishing EU Ecolabel criteria for wood-, cork- and bamboo-based floor coverings) ครอบคลุมวัสดุจากไม้ (wood) ไม้ก๊อก (cork) และไม้ไผ่ (bamboo) และใช้เลขรหัส 035 โดยหลักเกณฑ์ทางนิเวศวิทยา รวมทั้งการประเมินที่เกี่ยวข้อง และข้อกำหนดในการตรวจพิสูจน์จะมีผล 6 ปี หลังจากวันที่จดแจ้ง Decision ฉบับนี้ (notification)

อย่างไรก็ดี ผู้ที่แจ้งขอฉลาก Ecolabel สำหรับพื้นผิววัสดุตกแต่งจากไม้ (wooden floor covering) ก่อนวันที่ Decision ฉบับนี้จดแจ้ง สามารถใช้หลักเกณฑ์ทางนิเวศวิทยา การประเมินที่เกี่ยวข้องและข้อกำหนดในการตรวจพิสูจน์ตาม Commission Decision 2010/18/EC ฉบับเดิมได้

ในกรณีที่ผู้ที่แจ้งขอฉลาก Ecolabel สำหรับพื้นผิววัสดุตกแต่งจากไม้ ได้แจ้งภายใน 2 เดือน หลังจากที่ Decision ฉบับนี้จดแจ้ง  สามารถใช้หลักหลักเกณฑ์ทางนิเวศวิทยา การประเมินที่เกี่ยวข้อง และข้อกำหนดในการตรวจพิสูจน์ตาม Commission Decision 2010/18/EC ฉบับเดิมหรือ Decision ฉบับนี้ก็ได้

ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์ขอฉลาก Ecolabel ตาม Decision ฉบับนี้ จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

1. คำอธิบายผลิตภัณฑ์ (product description)

          1.1 ชื่อการค้าชองผลิตภัณฑ์ (brand/trade name)

          1.2 คำอธิบายผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งแบบแสดงรายละเอียด (drawings) วัสดุที่เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์

          1.3 รายละเอียดรายการวัสดุ หรือข้อกำหนดเฉพาะของผลิตภัณฑ์ (Bill of Materials) เช่น จำนวน/ปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ และสารเคมีที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ รวมทั้งสารเติมแต่งต่างๆ และกระบวนการการปรับปรุงพื้นผิวผลิตภัณฑ์ (surface treatment) เป็นต้น

          1.4 รายละเอียดส่วนประกอบทั้งหมดและน้ำหนักของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด

          1.5 รายละเอียดกระบวนการผลิต รายละเอียดของผู้จัดหาวัตถุดิบหรือสารเคมี และรายละเอียดของขั้นตอนการผลิตผลิตภัณฑ์

2. ข้อกำหนดเกี่ยวกับวัสดุจากไม้ (wood) ไม้ก๊อก (cork) และไม้ไผ่ (bamboo) โดยจะครอบคลุมเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากวัสดุที่เป็นไม้ ไม้ก๊อก และไม้ไผ่ เกิน 1% ของน้ำหนักผลิตภัณฑ์ทั้งหมด โดยจะต้องได้รับการรับรองทางป่าไม้ (forest certification) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น องค์กร Forest Stewardship Council (FSC) และ Programme for the Endorsement of Forest Certification (PEFC) เป็นต้น       

3. การใช้สารอันตราย (hazardous substances and mixtures) ห้ามใช้สารอันตรายใน candidate list ภายใต้กลุ่ม Substances of Very High Concern (SVHCs) ตามกฎระเบียบ REACH Regulation และกลุ่มสารเคมีอันตรายตามกฎระเบียบ CLP Regulation

4. เงื่อนไขการใช้สารอันตรายบางประเภท ประกอบด้วย 1) สารปนเปื้อน ได้แก่ สารหนู (arsenic) แคดเมียม (cadmium) โครเมียม (chromium) ทองแดง (copper) และตะกั่ว (lead) 2) สารเคมีประเภท biocidal products 3) โลหะหนัก (heavy metals) ในสี สีรองพื้น และน้ำมันขัดเงา 4) สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds – VOC) ในการปรับปรุงพื้นผิวผลิตภัณฑ์ (surface treatment) 5) สาร VOC ในสารประกอบและส่วนผสมอื่นๆ 6) พลาสติไซเซอร์ (plasticizers) 7) สารประกอบอินทรีย์ฮาโลจีเนเต็ด (Halogenated organic compounds) 8) วัตถุหรือสารหน่วงไฟ (flame retardant) 9) สาร aziridine และสาร polyaziridine

5. ปริมาณการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต (energy consumption in the production process) โดยกำหนดมาตรฐาน E-score ในการคำนวณการใช้พลังงาน รวมทั้งรายละเอียดประเภทของขั้นตอนการผลิตที่จะต้องนำไปรวมในการคำนวณค่าดังกล่าว

6. ปริมาณสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds – VOC) จากวัสดุตกแต่งพื้นผิว โดยวัสดุตกแต่งพื้นแต่ละประเภท รวมถึงบรรจุภัณฑ์และตัวอย่างผลิตภัณฑ์ จะต้องได้รับมาตรฐาน CEN/TS16516

7. ปริมาณสารฟอร์มัลดีไฮด์ (formaldenhyde) ในวัสดุวัสดุตกแต่งพื้นจากไม้ (floor coverings) และแกนกลาง (core board) ของพื้น โดยวัสดุตกแต่งพื้นที่ผลิตจากแกนกลางที่มีสารเคลือบผิวฟอร์มัลดีไฮด์ กาว เรซิน หรือสารเคลือบผิว จะต้องได้รับการตรวจสอบปริมาณการใช้สารเคลือบผิวตามมาตรฐานที่กำหนด

8. คุณภาพของผลิตภัณฑ์ (fitness of use) โดยกำหนดมารฐานการทดสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ตามวัสดุตกแต่งพื้นแต่ละประเภท

9. การซ่อมแซม (reparability) และการรับประกันผลิตภัณฑ์ (extended guarantee) โดยกำหนดให้ผู้ผลิตจะต้องให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับวิธีการซ่อมแซมผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์จะต้องมีประกันความเสียหายอย่างน้อย 5 ปี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบผลิตภัณฑ์ หรือตามที่กำหนดไว้ในกฎระเบียบภายในประเทศนั้นๆ

10. ข้อมูลสำหรับผู้บริโภค (consumer information) โดยฉลากสินค้าจะต้องครอบคลุม 1) ประเภทวัสดุ 2) รายละเอียดการติดตั้ง 3) รายละเอียดการปรับปรุงพื้นผิวสำหรับวัสดุตกแต่งพื้นที่ไม่เคลือบผิว (uncoated floor coverings) และพื้นผิวที่มาน้ำมัน (floorings needing an oiled surface) 4) คำแนะนำการใช้ การทำความสะอาด 5) รายละเอียดเกี่ยวกับการซ่อมแซมผลิตภัณฑ์

11. รายละเอียดข้อมูลบน EU Ecolabel โดยฉลาก Ecolabel จะต้องประกอบด้วยหมายเลขทะเบียน และสามารถเห็นได้ชัดเจน ทั้งนี้ ฉลาก Ecolabel สามารถระบุรายละเอียด ดังต่อไปนี้

          – Wood, cork or bamboo material from sustainably managed forests

          – Lower energy consumption for manufacturing

          – Low-emitting product

ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การขอฉลาก Ecolabel สำหรับพื้นผิววัสดุจากไม้ (wood) ไม้ก๊อก (cork) และไม้ไผ่ (bamboo) ได้ที่ http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/?qid=1486024464540&uri=CELEX:32017D0176

Print Friendly