ความคืบหน้าสถานการณ์เศรษฐกิจล่าสุดของสหภาพยุโรป และกลุ่ม Eurozone

 

1. GDP         

          Eurostat ได้ประกาศข้อมูล ณ วันที่ 6 ธันวาคม 2559 เกี่ยวกับตัวเลข GDP สำหรับไตรมาสที่ 3/2559 ว่า มีอัตราการเติบโตเท่ากับ 0.3% ใน Eurozone และ 0.4% ใน EU28 ซึ่งคงที่เท่ากับในไตรมาสที่ 2/2559 ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2558 นั้น ตัวเลข GDP มีอัตราการเติบโตเท่ากับ 1.7% และ 1.9% ใน Eurozone และ EU28 ตามลำดับ

2. อัตราเงินเฟ้อ

          อัตราเงินเฟ้อรายปีในเดือนพฤศจิกายน 2559 มีค่าเท่ากับ 0.6% ทั้งใน Eurozone และ EU28 โดยอัตราดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2559 ซึ่งมีค่าเท่ากับ 0.5%

3. อัตราการว่างงาน

          อัตราการว่างงานในเดือนตุลาคม 2559 สำหรับ Eurozone และ EU28 โดยอัตราดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2559 ซึ่งมีค่าเท่ากับ 0.5%

4. ดัชนีราคาผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรม (Industrial Producer Prices)

          เมื่อเดือนตุลาคม 2559 ดัชนีฯ สำหรับ Eurozone และ EU28 มีค่าอยู่ที่ระดับ 0.8% และ 1% ตามลำดับ เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2559 (0.1%)

5. ปริมาณการค้าปลีก (Volume of retail trade)

          ปริมาณการค้าปลีกในเดือนตุลาคม 2559 สำหรับ Eurozone อยู่ที่ระดับ 1.1% เพิ่มขึ้นจากเมื่อกันยายน 2559 (-0.4%) และ EU28 อยู่ที่ระดับ 1.2% เพิ่มขึ้นจากเมื่อกันยายน 2559 (-0.2%)

6. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ

          บริษัท Markit ระบุว่า ดัชนี PMI ของ Eurozone สำหรับภาคอุตสาหกรรมการผลิต (Output index) เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 อยู่ที่ระดับ 53.9 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2559 (53.3 จุด) และดัชนีดังกล่าวสำหรับภาคบริการ (Service Business Activity Index) มีค่าอยู่ที่ระดับ 53.8 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2559 (52.8 จุด)

7. ระดับความน่าเชื่อถือทางเศรษฐกิจ

          ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ (Economic Sentiment Indicator: ESI) สำหรับ Eurozone ในเดือนพฤศจิกายน 2559 มีค่าเท่ากับ 106.5 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนตุลาคม 2559 (106.4) และ EU28 ในเดือนพฤศจิกายน 2559 มีค่าเท่ากับ 107.3 เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2559 (106.9)

8. ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

          ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (Consumer Confidence) สำหรับ Eurozone ในเดือนพฤศจิกายน 2559 มีค่าเท่ากับ -6.1 เพิ่มขึ้นจากเดือนตุลาคม 2559 ซึ่งมีค่าเท่ากับ -8

9. การใช้จ่ายภาคครัวเรือน (Household Expenditure)

          การใช้จ่ายภาคครัวเรือนสำหรับ Eurozone ในไตรมาสที่ 3/2559 มีค่าเท่ากับ 1.380 ล้านล้านยูโร เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 2/2559 (1.375 ล้านล้านยูโร) โดยสหภาพฯ มีการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเป็นลำดับต้นในด้านที่อยู่อาศัย น้ำประปา ไฟฟ้า แก๊ส และเชื้อเพลิงอื่นๆ (ระดับสูงที่สุดที่ 24.4%) การขนส่ง (13%) และอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ (12.3%)

10. ดุลบัญชีเดินสะพัด

          ดุลบัญชีเดินสะพัดของ EU28 เมื่อเดือนกันยายน 2559 มีมูลค่าเกินดุลประมาณ 1.33 หมื่นล้านยูโร เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2559 (1.31 หมื่นล้านยูโร) แต่ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อปีก่อนในเดือนกันยายน 2558 (1.35 หมื่นล้านยูโร)

11. ดุลการค้า (สินค้า) ระหว่างประเทศ

          ดุลการค้า (สินค้า) ระหว่างประเทศของ Eurozone เมื่อเดือนตุลาคม 2559 มีมูลค่าเกินดุลประมาณ 2.01 หมื่นล้านยูโร ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าดังกล่าวในปี 2558 (ตุลาคม 2558 = 2.32 หมื่นล้านยูโร) ในขณะที่ ดุลการค้า (สินค้า) ระหว่างประเทศของ EU28 เกินดุล ประมาณ 0.27 หมื่นล้านยูโร ลดลงจากเดือนตุลาคม 2558 (0.29 หมื่นล้านยูโร)

          ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาในภาพรวมของมูลค่าการส่งออกสินค้าของ EU ไปยังประเทศอื่นๆ นอก EU ในเดือนมกราคม – ตุลาคม 2559 พบว่า มีอัตราลดลง -4.06% จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2558 โดยมีอัตราเพิ่มขึ้นใน 1 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย และญี่ปุ่น (รวมทั้งไทย) แต่ลดลงใน 8 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน สวิตเวอร์แลนด์ ตุรกี นอร์เวย์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เกาหลีใต้ และซาอุดิอาระเบีย ในขณะที่ มูลค่าการนำเข้าสินค้าจากประเทศอื่นๆ นอก EU มีอัตราลดลง -2.83% จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2558 โดยมีอัตราเพิ่มขึ้นใน 4 ประเทศ ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ ตุรกี ญี่ปุ่น และบราซิล (รวมทั้งไทย) แต่ลดลงใน 6 ประเทศ ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา รัสเซีย นอร์เวย์ เกาหลีใต้ และอินเดีย

12. การค้าระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป

          ในเดือนมกราคม – ตุลาคม 2559 สหภาพยุโรปขาดดุลการค้าต่อไทย คิดเป็นมูลค่า 5.73 พันล้านยูโร (สหภาพฯ นำเข้าจากไทย 1.70 หมื่นล้านยูโร ส่งออกไปไทย 1.13 หมื่นล้านยูโร) เป็นการขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา 10.04% (สหภาพฯ นำเข้าจากไทย 1.63 หมื่นล้านยูโร ส่งออกไปไทย 1.11 พันล้านยูโร ขาดดุลคิดเป็นมูลค่า 4.21 พันล้านยูโร)

          ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาข้อมูลสถิติเกี่ยวกับประเทศสมาชิก EU ที่เป็นคู่ค้าอันดับต้นของไทย (ข้อมูลจาก World Trade Atlas ซึ่งประกาศข้อมูลล่าสุดในช่วงเดือนมกราคม – กันยายน 2559) พบว่า ประเทศสมาชิก EU รายสำคัญ 10 อันดับแรก ที่นำเข้าสินค้าจากไทย ได้แก่ เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลี เบลเยียม สเปน สาธารณรัฐเช็ก ฮังการี และสวีเดน ในขณะที่ ประเทศสมาชิก EU รายสำคัญ 10 อันดับแรกที่ส่งออกสินค้าไปยังประเทศไทย ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร อิตาลี เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม สวีเดน สเปน ออสเตรีย และเดนมาร์ก

                   12.1 สินค้านำเข้าสำคัญของสหภาพยุโรปจากไทย ได้แก่ 1. สินค้าอุตสาหกรรม (มูลค่า 1.41 หมื่นล้านยูโร สัดส่วน 82.78) 2. อาหาร เครื่องดื่ม และใบยาสูบ (2.24 พันล้านยูโร/13.18%) 3. วัตถุดิบ (542.4 ล้านยูโร/3.18%) 4. แร่เชื้อเพลิง สารหล่อลื่น และวัตถุที่เกี่ยวข้อง (11.1 ล้านยูโร/0.06%) 5. สินค้าอื่นๆ (135.6 ล้านยูโร/0.8%)

                   12.2 สินค้าส่งออกสำคัญของสหภาพยุโรปไปยังไทย ได้แก่ 1. สินค้าอุตสาหกรรม (มูลค่า 9.89 พันล้านยูโร สัดส่วน 87.51%) 2. อาหาร เครื่องดื่ม และใบยาสูบ (786.3 ล้านยูโร/6.96%) 3. วัตถุดิบ (254.1 ล้านยูโร/2.25%) 4. แร่เชื้อเพลิง สารหล่อลื่น และวัตถุที่เกี่ยวข้อง (27.3 ล้านยูโร/0.24%) 5. สินค้าอื่นๆ (344.1 ล้านยูโร/3.04%)

13. อัตราแลกเปลี่ยนเงินยูโรเมื่อเปรียบเทียบกับสกุลเงินอื่น

          ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม – ธันวาคม 2559) เงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับ ค่าเงินปอนด์ ดอลลาร์สหรัฐ และบาท 

Print Friendly