ความคืบหน้าร่างกฎระเบียบความมั่นคงทางพลังงานด้านแก๊สของอียู

 

          เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอร่างกฎระเบียบแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบความมั่นคงทางพลังงานด้านแก๊ส (“Measures to safeguard the security of gas supply”) ซึ่งอียูได้ใช้เป็นกฎหมายตั้งแต่ปี 2553 หลังจากวิกฤตพลังงานแก๊สในยุโรปที่เป็นผลมาจากข้อพิพาทระหว่างยูเครนกับรัสเซียเมื่อปี 2552 ซึ่งเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 คณะกรรมาธิการ Industry, Research and Energy (ITRE) ของสภายุโรปได้เห็นชอบรายงานความเห็นต่อร่างกฏระเบียบที่คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอและเข้าสู่ขั้นตอนการหารือระหว่างสภายุโรป คณะกรรมาธิการยุโรป และคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป ก่อนการพิจารณาเห็นชอบในสภายุโรปและคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปต่อไป

          โดยร่างกฎระเบียบฉบับใหม่ยังคงสาระสำคัญจากกฎระเบียบฉบับเดิม แต่มีกลไกเพิ่มเติม อาทิ “solidarity principle” สำหรับกรณีที่ประเทศสมาชิกที่ตกอยู่ในสภาวะฉุกเฉินทางพลังงานแก๊ส โดยจะทำให้ประเทศดังกล่าวสามารถนำเข้าแก๊สจากประเทศสมาชิกที่มีแก๊สสำรอง ด้วยการกำหนดเงื่อนไขของผู้ได้รับแก๊สสำรองถูกปรับให้มีความยืดหยุ่นเป็นการชั่วคราวเพื่อให้ประชาชนทั่วไป รวมทั้งหน่วยงานหรือองค์กรที่ให้บริการแก่ประชาชน เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน ได้รับการจัดสรรก่อนภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs)   

          นอกจากนี้ ร่างกฎระเบียบจะช่วยยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกด้วยการกำหนดให้ประเทศสมาชิกทั้งหมดใช้ Mandatory Action and Emergency Plans ร่วมกันในระดับสหภาพ แทนแผนป้องกันและบรรเทาสถานการณ์ฉุกเฉินทางพลังงานระดับชาติของแต่ละประเทศสมาชิก เพื่อให้แผนป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนของแต่ละประเทศสมาชิกมีความสอดคล้องกัน และไม่ส่งผลกระทบในทางลบแก่ประเทศสมาชิกอื่นๆ  โดยแผนป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนในระดับสหภาพจะประกอบด้วยแผนระดับชาติของแต่ละประเทศสมาชิกในปัจจุบัน แต่จะมีการตรวจสอบ คัดกรอง และพิจารณาความสอดคล้องโดยคณะกรรมาธิการยุโรป

          อย่างไรก็ตาม รายงานของสภายุโรประบุว่า การใช้มาตรการที่ให้ความสำคัญแก่ภาคครัวเรือนและผู้ให้บริการสาธารณูปโภคตามหลักการ “solidarity principle” ในร่างกฎระเบียบควรจะพิจารณาถึงผลกระทบต่อภาคธุรกิจ SMEs ให้มากกว่าที่คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอ และเห็นเพิ่มเติมว่า คณะกรรมาธิการยุโรปควรจะคำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจจากการใช้แก๊สให้มากขึ้น ซึ่งความเห็นเหล่านี้จะถูกนำไปเป็นข้อหารือระหว่างสภายุโรป คณะกรรมาธิการยุโรป และคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปก่อนการพิจารณาต่อไป

          ท่านผู้อ่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากร่างกฎระเบียบที่คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอที่ http://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/?qid=1457540904778&uri=CELEX:52016PC0052 และรายงานของคณะกรรมาการ ITRE ของสภายุโรปที่ http://www.europarl.europa.eu/sides/getDoc.do?pubRef=-//EP//NONSGML+COMPARL+PE-580.796+01+DOC+PDF+V0//EN&language=EN  

เรียบเรียงโดยทีมงาน Thaieurope.net

Print Friendly