นโยบายด้านการพัฒนาหมู่บ้านอัจฉริยะ (smart villages) ของสหภาพยุโรป

เมื่อปี 2560 สหภาพยุโรปได้ริเริ่มแนวคิดเรื่องการพัฒนาหมู่บ้านอัจฉริยะ (Smart villages) สำหรับพื้นที่ชนบท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชนบทให้มีความเป็นเมืองมากยิ่งขึ้น ยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของคนในชนบท ลดปัญหาการย้ายถิ่นฐาน ลดความเหลื่อมล้ำของการพัฒนาระหว่างภูมิภาค สร้างความเชื่อมโยงกับเมืองใหญ่ (connectivity) เสริมสร้างระบบเครือข่าย บริการ และการขนส่ง รวมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การดำเนินธุรกิจ โดยการนำเทคโนโลยีดิจิตอล โทรคมนาคม นวัตกรรม และความรู้มาใช้ ให้เกิดประโยชน์ต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในการผลิต จำหน่าย และแปรรูปสินค้า เช่น ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-learning skills) บริการด้านสุขภาพหรือบริการพื้นฐานผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-health and basic services) ใช้นวัตกรรมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นำของเหลือจากการเกษตรกลับมาใช้ใหม่เพื่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน การจำหน่ายสินค้าชุมชน โดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การทำเกษตรความแม่นยำสูงโดยใช้เซ็นเซอร์ รวมทั้งนำระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์หรือหุ่นยนต์มาใช้ เพื่อเพิ่มปริมาณและคุณภาพการผลิตสินค้าเกษตรและอาหาร เป็นต้น

แนวทางการพัฒนาชนบทให้เป็นหมู่บ้านอัจฉริยะจำเป็นต้องใช้หลักบูรณาการ (integrated approaches) และนโยบายหลายด้านควบคู่กันไป เช่น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค การพัฒนาธุรกิจ และพัฒนา ระบบการศึกษา เป็นต้น เพื่อให้เกิดความสอดคล้องและเชื่อมโยง อย่างไรก็ตาม แนวทางการพัฒนาหมู่บ้าน อัจฉริยะขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐาน และทรัพยากร จึงต้องศึกษาความต้องการ ข้อได้เปรียบ และ ศักยภาพของชุมชน โดยยึดหลักการพัฒนาจากล่างขึ้นบน (bottom – up approach) ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้คนท้องถิ่นได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ออกแบบ หรือเลือกแผนงานที่จะนำมาใช้

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2560 คณะกรรมาธิการยุโรปได้จัดทำ “แผนปฏิบัติการพัฒนาหมู่บ้านอัจฉริยะในสหภาพยุโรป” เพื่อให้การดำเนินงานเป็นรูปธรรมและมีผลสัมฤทธิ์สูง โดยกำหนดให้ผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขาและภาคส่วนในสหภาพยุโรปร่วมกันปฏิบัติงานภายใต้คณะทำงานและโครงการต่าง ๆ เช่น คณะทำงานด้านการพัฒนาหมู่บ้านอัจฉริยะ โครงการนำร่องหมู่บ้านอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะในชนบท และโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพด้วยข้อมูล (Data-driven bioeconomy) เป็นต้น นอกจากนี้ ยังกำหนดให้จัดตั้งศูนย์นวัตกรรมดิจิตอล (Digital Innovation Hubs) เพื่อนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของ SME และจัดตั้ง Broadband Competence Offices (BCOs) ในประเทศต่าง ๆ  เพื่อสนับสนุนการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชนบท

นโยบายและเครื่องมือการเงินของสหภาพยุโรปที่เป็นแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาหมู่บ้านอัจฉริยะ ได้แก่

1) ภายใต้นโยบายเกษตรร่วม (Common Agricultural Policy) ได้กำหนดให้มีการจ่ายเงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาส่วนภูมิภาคยุโรป (EAFRD) ผ่านโครงการพัฒนาชนบทต่าง ๆ เช่น การลงทุนปรับปรุงฟาร์มให้ทันสมัย การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และสนับสนุนการเรียนรู้และการแบ่งปันข้อมูล เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีโครงการ LEADER และความร่วมมือด้านนวัตกรรมการเกษตร (EIP-AGRI) ที่อยู่ภายใต้นโยบายพัฒนาชนบทที่ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา นำความรู้ แนวทางปฏิบัติที่ดี นวัตกรรม และเทคโนโลยีมาใช้ในห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรและอาหาร

2) นโยบายสร้างเอกภาพสหภาพยุโรป (EU Cohesion Policy) เป็นนโยบายที่มุ่งสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มการจ้างงานในสหภาพยุโรป โดยสหภาพยุโรปได้จัดสรรเงินผ่านกองทุนพัฒนาภูมิภาคยุโรป (ERDF) และกองทุนสร้างเอกภาพ (CF) เพื่อสนับสนุนการวิจัย นวัตกรรม การสื่อสารและสารสนเทศ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SME และนำพาไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

3) การอุดหนุนการวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ภายใต้กรอบโครงการความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมของสหภาพยุโรป ฉบับที่ 8 (8th EU Framework Programme for Research and Innovation) หรือ Horizon 2020 ซึ่งให้ความสำคัญกับการสนับสนุนความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ด้านการวิจัยและนวัตกรรม

4) โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายการขนส่งในยุโรป เป็นโครงการภายใต้กองทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยุโรป (Connecting Europe Facility Fund) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเครือข่ายการขนส่ง กิจการ พลังงาน และการบริการดิจิตอลในสหภาพยุโรป เพื่อให้เกิดความยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ โครงการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและการตลาด การติดต่อสื่อสารขององค์กร หน่วยงาน และประชาชนให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ซึ่งเป็นการส่งเสริมการสร้างรายได้และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น

นโยบายด้านการพัฒนาหมู่บ้านอัจฉริยะสอดคล้องกับนโยบายของไทยในปัจจุบันที่เน้นการสนับสนุนการพัฒนา เศรษฐกิจไปสู่ “Thailand 4.0” เพื่อนำพาไปสู่ประเทศที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยการส่งเสริมให้พื้นที่ ชนบทสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม ข้อมูล ข่าวสาร และความรู้ผ่านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ซึ่งจะเสริมสร้างให้ประชากรในชนบทมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการเกษตรที่อยู่ในพื้นที่ชนบทสามารถเข้าถึงข้อมูลและรับทราบถึงกฎระเบียบ มาตรการ และมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารที่เป็นความต้องการของตลาดโลกและเป็นไปตามหลักการค้าสากล

 

โดย สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

 

         

Print Friendly