ศาสตราจารย์ Joseph Stiglitz นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลให้ข้อมูลกับคณะกรรมการสอบสวนของสภายุโรปประเด็นการหลีกเลี่ยงภาษี

 

          หลังจากที่กรณี Panama Papers ได้ทำให้ประเด็นการหลีกเลี่ยงภาษีของบุคคลและบรรษัทข้ามชาติและประเด็นปัญหาประเทศที่เปิดช่องว่างทางกฎหมายให้บุคคลและบรรษัทข้ามชาติใช้หลีกเลี่ยงภาระภาษีถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา (ตามบทความ EU Watch ที่เคยรายงานกรณีดังกล่าว) และนำไปสู่การจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนการฟอกเงิน การหลีกเลี่ยงภาษี และการหนีภาษี (Committee of Inquiry into Money Laundering, Tax Avoidance and Tax Evasion – PANA) ของสภายุโรป เพื่อตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการยุโรปและประเทศสมาชิกอียูในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว 

          เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2559  ศาสตราจารย์ Joseph Stiglitz นักเศรษฐศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบลปี 2544 ได้ให้ข้อมูลกับคณะกรรมการ PANA ในฐานะอดีตที่ปรึกษารัฐบาลปานามาที่ได้รับการแต่งตั้งเพื่อให้คำปรึกษารัฐบาลในการแก้ไขปัญหาหลังจากกรณี Panama Papers กลายเป็นประเด็นอื้อฉาว โดยได้ตอบคำถามสมาชิกสภายุโรปเกี่ยวกับทิศทางการแก้ไขปัญหาประเทศที่เปิดช่องว่างทางกฎหมายให้บรรษัทข้ามชาติใช้หลีกเลี่ยงภาระภาษี รวมไปถึงบทบาทของอียูในการแก้ปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ Stiglitz ได้ลาออกจากการเป็นที่ปรึกษารัฐบาลปานามาเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 เนื่องจากรัฐบาลปานามาตัดสินใจไม่เปิดเผยรายงานข้อแนะนำของคณะที่ปรึกษาที่ศาสตราจารย์ Stiglitz เป็นสมาชิกต่อสาธารณะ

          ในการให้ข้อมูลแก่คณะกรรมการของสภายุโรป ศาสตราจารย์ Stiglitz ได้ให้ข้อวิเคราะห์เกี่ยวกับความรุนแรงของปัญหาโดยชี้ว่าบริษัท Mossack Fonseca & Co ที่มีเอกสารรั่วไหลจำนวน 11.5 ล้านฉบับในกรณีอื้อฉาวดังกล่าว เป็นเพียง 1 ใน 4 บริษัทกฎหมายที่มีชื่อเสียงในปานามาและมีขนาดเล็กกว่าบริษัทอื่นๆ ซึ่งบริษัทเหล่านี้น่าจะใช้ช่องว่างทางกฎหมายเพื่อให้บริการแก่บุคคลและบริษัทที่ต้องการหลีกเลี่ยงภาษีเช่นกัน ซึ่งระหว่างการสอบถามข้อมูลโดยสมาชิกสภายุโรป ศาสตราจารย์ Stiglitz ได้สนับสนุนรายงานของคณะกรรมการฯ ที่เสนอให้อียูจัดการประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาประเทศที่เปิดช่องว่างดังกล่าว  และกล่าวว่าการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องใช้ความร่วมมือระหว่างประเทศทั่วโลกและต้องอาศัยการนำของยุโรปในขณะที่สหรัฐอเมริกาไม่น่าที่จะเดินหน้าแก้ไขปัญหาดังกล่าวหลังจากการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล

          ในการพบปะครั้งนี้ นาย Petr Ježek สมาชิกสภายุโรปจากสาธารณรัฐเช็ก (กลุ่ม ALDE) ได้สอบถามถึงผลกระทบจากผลการเลือกตั้งของสหรัฐฯ ซึ่งศาสตราจารย์ Stiglitz มีความเห็นว่า เนื่องจากนาย Donald Trump ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงภาษีในอดีต รัฐบาลสหรัฐฯ ชุดต่อไปไม่น่าที่จะดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาดังกล่าวของรัฐบาลชุดปัจจุบัน เช่น การดำเนินการด้านกฎหมายการถือครองสิทธิต่อไป นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ Stiglitz ยังได้ตอบคำถามของนาย Jeppe Kofod  สมาชิกสภายุโรปจากเดนมาร์ก (กลุ่ม S&D) เกี่ยวกับบทบาทของอียู โดยระบุว่า บทบาทของอียูในการนำความร่วมมือระหว่างประเทศในประเด็นนี้จะมีนัยสำคัญเพียงพอที่จะผลักดับการแก้ไขปัญหาต่อไปได้

          ท่านผู้อ่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากข่าวสารนิเทศของสภายุโรปที่ http://www.europarl.europa.eu/news/en/news-room/20161114STO51063/pdf  

เรียบเรียงโดยทีมงาน Thaieurope.net

Print Friendly