ธนาคารกลางสวีเดนพิจารณาการออกสกุลเงินโครนาสวีเดนดิจิทัล (e-krona)

 

นาง Cecilia Skingley ตำแหน่ง Vice Director ของธนาคารกลางสวีเดนกล่าวว่า ธนาคารกลางสวีเดนกำลังพิจารณาการออกสกุลเงินโครนาสวีเดนดิจิทัล โดยกำลังศึกษาแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม เนื่องจากขากแม่แบบในการใช้สกุลเงินดิจิทัลจากธนาคารกลางอื่น ซึ่งคาดว่าจะสามารถประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการภายใน 2 ปี โดยธนาคารกลางสวีเดนจะเป็นธนาคารแห่งแรกในโลกที่สร้างนวัตกรรมทางการเงินที่สำคัญหลังจากเมื่อ ค.ศ. 1660 สวีเดนเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่เริ่มการใช้บัตร

ปัจจุบัน จำนวนธนบัตรและเหรียญที่ใช้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจสวีเดนลดลง 40% เมื่อเทียบกับปี 2551 โดยผู้ที่ประสงค์จะจ่ายในรูปแบบดิจิทัลมีทางเลือกที่ค่อนข้างหลากหลาย อาทิ การชำระเงินผ่านบัตรเครดิต การใช้บัตรเติมเงิน และการใช้ application ต่างๆ ในการชำระเงิน เป็นต้ร อย่างไรก็ดี นาง Skingsley กล่าวว่า ธนาคารกลางสวีเดนพิจารณาออกสกุลเงินโครนาสวีเดนดิจิทัลเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ที่ใช้จ่ายในรูปแบบดิจิทัล โดยที่ยังสามารถใช้จ่ายด้วยเงินสดได้ตามปกติ

นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของสวีเดน Hallandposten ได้เผยแพร่บทความของนาย Per Bolund ตำแหน่ง Minister for Financial Markets เกี่ยวกับจำนวนผู้ใช้เงินสดในสวีเดนลดลงว่า ปัจจุบันชาวสวีเดนส่วนใหญ่นิยมใช้จ่ายในรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น โดย 4 ใน 5 ของการชำระเงินทั้งหมดจะเป็นการชำระเงินผ่านระบบดิจิทัลหรือผ่านบัตรเครดิต ซึ่งส่งผลให้เกิดประโยชน์ในหลายด้าน อาทิ ความรวดเร็วและสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอยหรือชำระเงิน และยังช่วยลดโอกาสในการจ้างงานอย่างผิดกฎหมาย การโจรกรรม และอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ อาทิ การฟอกเงิน หรือการสนับสนุนทางการเงินให้แก่กลุ่มผู้ก่อการร้าย เป็นต้น อย่างไรก็ดี นาย Bolund กล่าวว่า ยังมีชาวสวีเดนอีกกลุ่มที่ไม่ประสงค์หรือขาดความพร้อมที่จะใช้จ่ายด้วยระบบดิจิทัล และประสงค์ที่จะใช้จ่ายด้วยเงินสดต่อไป อาทิ ผู้สูงวัย ผู้พิการ หรือชาวต่างชาติที่เพิ่งย้ายมาพำนักอยู่ในสวีเดน ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงระบบการชำระเงินจะต้องค่อยเป็นค่อยไป

อย่างไรก็ดี ธนาคารกลางสวีเดนยังไม่ได้เริ่มรณรงค์ให้สวีเดนเป็นสังคมปลอดเงินสด เพียงแต่ต้องการเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ที่ต้องการใช้จ่ายแบบดิจิทัล อีกทั้งธนาคารกลางสวีเดนก็เพิ่งผลิตธนบัตรและเหรียญสกุลเงินโครนาสวีเดนรุ่นใหม่เมื่อปี 2558 การเป็นสังคมปลอดเงินในสวีเดนจึงยังต้องใช้เวลาอีกมาก

Print Friendly