ความคืบหน้าการเจรจา TTIP รอบที่ 14 ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

 

การเจรจา TTIP รอบที่ 14 เมื่อวันที่ 11 – 15 กรกฎาคม 2559 ที่กรุงบรัสเซลส์ มีความคืบหน้าในแต่ละประเด็นในระดับที่ต่างกัน อย่างไรก็ดี การเจรจายังมีปัญหาในประเด็นเดิมๆ ได้แก่ (1) การเปิดตลาดสินค้าเกษตร (2) การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (3) บริการทางการเงิน (4) กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (5) สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และ (6) การคุ้มครองการลงทุน ซึ่งทั้งสองฝ่ายยังมีข้อแลกเปลี่ยนข้อเรียกร้องแตกต่างกัน เป็นสาเหตุให้การเจรจายังมีความล่าช้า แม้ทั้งสองฝ่ายจะยืนยันความตั้งใจที่จะเจรจาให้แล้วเสร็จภายในปี 2559

อย่างไรก็ดี เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม มีกระแสข่าวว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ของเยอรมนี ฝรั่งเศส และออสเตรีย แสดงความไม่มั่นใจว่า การเจรจา TTIP จะสามารถสรุปผลได้ภายในสิ้นปี 2559 รวมทั้งไม่ยอมรับผลการเจรจาที่มี ambition ต่ำ ทำให้ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และรัฐมนตรีของอิตาลี สวีเดน และเดนมาร์ก ต้องออกมาแสดงท่าทีสนับสนุนการเจรจา

อย่างไรก็ดี รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจของเยอรมนีให้ความเห็นว่า ความตกลง CETA ระหว่าง อียูกับแคนาดาควรใช้เป็น model ในการเจรจา TTIP ซึ่งจะมีการลงนาม CETA ระหว่างการเยือนของนายกรัฐมนตรีแคนาคา ในเดือนตุลาคม 2559

นาย Matthias Fekl รัฐมนตรีด้านการค้าของฝรั่งเศส ระบุว่า ฝรั่งเศสจะยกประเด็นการหยุดเจรจา TTIP ขึ้นหารือในที่ประชุมคณะมนตรียุโรปด้านการค้าอีกครั้งในวันที่ 22 -23 กันยายน 2559 อีกครั้ง ซึ่งมีฝรั่งเศส ออสเตรีย ลักเซมเบิร์ก และสโลวีเนีย เห็นด้วยให้ระงับการเจรจา TTIP เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับผลการเจรจาที่จะส่งผลให้มาตรฐานของ EU อาทิ ด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อม และสาธารณะสุข มีระดับต่ำลง รวมทั้งประเด็นเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของนักลงทุนต่างชาติที่สามารถฟ้องรัฐบาลในชั้นอนุญาโตตุลาการได้โดยตรงเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากนโยบายของรัฐ ทั้งนี้ สิทธิดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อนโยบายสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของ EU ที่เป็นการจำกัดการสร้างผลกำไรของนักลงทุนต่างชาติ

ทั้งนี้ กระแสการต่อต้านอาจเป็นผลมาจากการที่ฝรั่งเศสมีกำหนดเลือกตั้งทั่วไปในปี 2560 หากแต่เป็นไปได้ยากที่จะหยุดเจรจา เนื่องจากจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากทุกประเทศสมาชิก

นอกจากนี้ ยังมีกระแสต่อต้านจากองค์กร NGOs สหภาพแรงงาน และสมาชิกสภายุโรป โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน และประเด็นกลไกการระงับข้อพิพาทระหว่างนักลงทุนกับรัฐ (Investor-State Dispute Settlement: ISDS) ที่เอื้อประโยชน์ต่อบริษัทต่างชาติและให้สิทธิในการฟ้องรัฐเหนือกว่าประชาชน ตลอดจนการลดระดับการคุ้มครองความปลอดภัยต่าง เช่น การอนุญาตนำเข้าพืช GMO และการใช้สารเคมี

ดังนั้น มีความเป็นไปได้ว่า การเจรจาจะค่อยๆ ชะลอตัวและไม่มีข้อผูกพันในการเจรจาต่อในอนาคต จนกว่าจะได้รับการสนับสนุนทางการเมืองจากรัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯ และประเทศที่เป็น Key EU capitals

ล่าสุด นาย Ignacio Garcia Bercero หัวหน้าคณะเจรจาของอียูได้แถลงภายหลังการเจรจารอบที่ 15 ระหว่างวันที่ 3-7 ตุลาคม 2559 ณ นครนิวยอร์ก ย้ำว่า ทั้งสองฝ่ายมีความมุ่งมั่นที่จะเจรจา TTIP ต่อไป โดยในการหารือรอบที่ 15 ให้ความสำคัญกับประเด็นความร่วมมือด้านกฎระเบียบ (regulatory cooperation) ซึ่งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนในอียู โดยหลังจากนี้ คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปด้านการค้าจะประชุมกันในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินการต่อไป

นอกจากนี้ สื่อยุโรปหลายฉบับได้ตีความคำแถลงของนาย Dan Mullaney หัวหน้าคณะเจรจาของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเดินหน้าเจรจาต่อไปแม้รัฐบาลของประธานาธิบดี Obama จะครบวาระว่า เป็นการแสดงการยอมรับว่าทั้งสองฝ่ายได้ยกเลิกเป้าหมายที่จะสรุปผลการเจรจาให้ได้ภายในปลายปี 2559

Print Friendly