ยูเครนเรียกร้องให้อียูส่งคณะผู้แทนอิสระเพื่อป้องกันวิกฤตขาดแคลนก๊าซจากรัสเซียอีกครั้ง

 

          เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2559 บริษัทพลังงานแห่งชาติของงยูเครน (Naftogaz) ได้ส่งหนังสือเรียกร้องให้อียูส่งคณะผู้แทนอิสระมาตรวจสอบเพื่อเฝ้าระวังไม่ให้ปัญหากรณีพิพาทสัญญาการส่งก๊าซระหว่างยูเครนกับรัสเซียบานปลายและส่งผลให้เกิดวิกฤตขาดแคลนก๊าซธรรมชาติในสหภาพยุโรปเหมือนเมื่อปี 2549 และปี 2552

          ยูเครนและรัสเซียกลับมามีปัญหาด้านสัญญาซื้อ-ขายก๊าซจากรัสเซียที่ทำไว้เมื่อปี 2552 อีกครั้งเนื่องจาก Gazprom บริษัทผู้ผูกขาดด้านพลังงานที่รัฐบาลรัสเซียเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ กล่าวว่า Naftogaz ของรัฐบาลยูเครนส่งต่อก๊าซไปยังตลาดที่ไม่ได้รับอนุญาตตามสัญญา ซึ่ง Naftogaz กล่าวว่า Gazprom ไม่สามารถนำหลักฐานมาแสดงว่า Naftogaz ทำผิดสัญญาจริงเช่นเดียวกับเมื่อปี 2549 และปี 2552 แต่นาย Alexei Miller, CEO ของ Gazprom กล่าวว่า หากบริษัทพบว่ายูเครนเริ่มส่งก๊าซไปยังตลาดที่ไม่อยู่ในสัญญาซื้อ-ขาย บริษัทอาจเริ่มลดปริมาณก๊าซที่ส่งไปยังยูเครนในจำนวนที่เท่ากับก๊าซที่ยูเครนส่งต่อโดยผิดสัญญาหรืออาจหยุดการส่งก๊าซทั้งหมดไปยังยูเครนได้

          หาก Gazprom ลดหรือยุติการส่งก๊าซมายังยูเครน ยุโรปอาจต้องประสบภาวะขาดแคลนก๊าซธรรมชาติสำหรับฤดูหนาวได้ Naftogaz จึงเรียกร้องให้อียูส่งคณะตรวจสอบอิสระมาตรวจสอบจุดรับและส่งต่อก๊าซจากรัสเซีย พร้อมทั้งยังพยายามเรียกร้องให้ Gazprom ลงนามในข้อตกลงเพิ่มเติมสัญญาซื้อ-ขายเพื่อรับประกันการจัดส่งก๊าซจาก Gazprom แต่เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2559 Gazprom ปฏิเสธที่จะลงนามและประกาศเพียงว่า บริษัทพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนหนังสือยืนยันข้อผูกมัดตามสัญญาของทั้งสองฝ่ายเท่านั้น (ตามรายงานข่าวที่ http://tass.com/economy/921112)

          Naftogaz กล่าวด้วยว่า Gazprom ต้องการให้ Naftogaz ซื้อก๊าซเพิ่มเติมในขณะที่ Naftogaz ได้คำนวณแล้วว่า ยูเครนมีปริมาณก๊าซเพียงพอสำหรับฤดูหนาวและ Gazprom ไม่ได้จัดส่งก๊าซด้วยความดันตามที่สัญญาซื้อ-ขายระบุไว้ ซี่งทำให้ Naftogaz ต้องใช้เชื้อเพลงในการจัดส่งต่อในระบบท่อส่งก๊าซมากกว่าในสถานการณ์ปกติ โดยได้เรียกร้องให้ Gazprom แก้ไขปัญหาเชิงระบบดังกล่าวโดยเร็ว

          นอกจากนี้ รายงานข่าวของ EurActiv (ที่ http://eurac.tv/5z7d) ระบุว่า Naftogaz มองกรณีพิพาทดังกล่าวเป็นความพยายามสร้างแรงกดดันให้แก่อียู โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการยุโรปที่ยังต้องพิจารณาในประเด็นกฎระเบียบด้านการแข่งขันของโครงการ Nord Stream 2 ซึ่งเป็นโครงการใหม่ที่สามารถเพิ่มจำนวนปริมาณก๊าซจากรัสเซียที่ส่งตรงไปเยอรมนีได้โดยไม่ต้องส่งผ่านยูเครน และโครงการ Turkish Stream ที่จะส่งก๊าซจากรัสเซียถึงตุรกีโดยไม่ต้องผ่านยูเครน มอลโดวา โรมาเนีย และบัลแกเรีย ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อียูมีบทบาทในการไกล่เกลี่ยการเจรจาระหว่างยูเครนและรัสเซีย    

          ท่านผู้อ่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://goo.gl/1YEfa6 

เรียบเรียงโดยทีมงาน Thaieurope.net

Print Friendly