Volkswagen แจ้งอียูขอเลื่อนการประกาศแก้ไขปัญหา Dieselgate ให้ผู้บริโภคในอียูออกไปเป็นต้นปี 2560

 

          ตามที่ Volkswagen (VW) เคยให้คำมั่นกับคณะกรรมาธิกายยุโรปเมื่อเดือนกันยายน 2559 ว่าบริษัทจะแจ้งให้ผู้บริโภคในอียูทราบว่าบริษัทจะแก้ไขปัญหารถยนต์จำนวน 8.5 ล้านคันที่มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ให้ข้อมูลการปล่อยก๊าซของรถยนต์ไม่ถูกต้องอย่างไรก่อนสิ้นปี 2559 หลังจากที่บริษัทต้องขอยอมความกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาด้วยจำนวนเงิน 1.3 หมื่นล้านยูโร

          ล่าสุด โฆษกของคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าวว่า VW และคณะกรรมาธิการยุโรปได้มีการติดต่อระหว่างกันในช่วงเดือนธันวาคม โดย VW ได้แจ้งขอเลื่อนการประกาศแจ้งให้ผู้บริโภคในอียูทราบว่าบริษัทจะแก้ไขปัญหาข้างต้นอย่างไรออกไปเป็นช่วงต้นปี 2560 โดยบริษัทยังไม่จัดทำเว็บไซต์ในภาษาต่างๆ ในยุโรปเพื่อให้ข้อมูลผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบ แต่บริษัทได้รายงานให้คณะกรรมาธิการยุโรปทราบว่า บริษัทได้รับอนุญาตจากหน่วยงานของประเทศสมาชิกให้สามารถเรียกซ่อมแซมแก้ไขรถยนต์จำนวน 7.8 ล้านคัน จากจำนวนทั้งหมด 8.5 ล้านคันภายใต้เครื่องหมายการค้า Volkswagen, Audi, Skoda และ Seat แล้ว

          อย่างไรก็ตาม VW ยังไม่ได้เสนอข้อตกลงยอมความในการจ่ายเงินชดเชยแก่ผู้บริโภค ประเทศสมาชิก หรืออียู แต่เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เริ่มดำเนินการกับ 7 ประเทศสมาชิกที่ไม่ปฏิบัติตามกฎของอียูในการควบคุมการปล่อยมลภาวะจากรถยนต์ด้วยการลงโทษบริษัทที่ทำผิดกฎหมาย อาทิ VW (รายละเอียดที่ https://goo.gl/v6mIW9) นอกจากนี้ รัฐบาลเขต Wallonia ของเบลเยียม ได้ประกาศเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2559 ว่า รัฐบาลเขต Wallonia จะฟ้องร้อง VW เพื่อดำเนินคดีโดยตรงอีกด้วย หลังจากที่รัฐบาลเขต Wallonia ล้มเหลวในการเจรจากับ VW ให้ชดเชยให้แก่ผู้บริโภคและรัฐบาล Wallonia

          ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงยอมความระหว่าง VW กับรัฐบาลสหรัฐฯ VW จะต้องจ่ายทั้งค่าชดเชยแก่ผู้บริโภคและชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐบาลเพื่อเป็นงบประมาณอุดหนุนโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า มีจำนวนรถยนต์ที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงนี้เพียงประมาณ 5 แสนคันเท่านั้น ซึ่งหาก VW เสนอที่จะชดเชยในรูปแบบเดียวกันสำหรับรถยนต์ที่มีปัญหาในอียูทั้ง 8.5 ล้านคัน บริษัทจะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 2.5 แสนล้านยูโร

          อนึ่ง เมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 ตัวแทน VW ได้ให้การต่อคณะกรรมการสอบสวนกรณีดังกล่าวของสภายุโรป (EMIS) ว่า ผู้บริโภคในอียูไม่ได้รับความเสียหายเมื่อเปรียบเทียบกับผู้บริโภคในสหรัฐฯ ที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสำหรับรถยนต์ที่สูงกว่า และจำเป็นต้องดัดแปลงเครื่องยนต์ที่มีราคาแพงและทำให้รถยนต์เสียสมรรถภาพ ในขณะที่มาตรฐานของอียูยังไม่เข้มงวดเท่ากับของสหรัฐฯ ซึ่งในการแก้ปัญหา ผู้บริโภคในอียูจะไม่ได้รับความสะดวกเท่านั้น แต่นาย Maroš Šefčovič รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรปดูแลด้านพลังงานและนโยบายสภาพอากาศ กล่าวว่า การที่ผู้บริโภคในสหรัฐฯ ได้รับการชดเชยในขณะที่ผู้บริโภคในอียูได้รับเพียงคำขอโทษ ทั้งที่รถยนต์ที่เป็นปัญหาเป็นรุ่นเดียวกัน ถือว่าไม่เป็นธรรม แต่บทวิเคราะห์ของเว็บไซต์ Politico.eu (ที่ https://goo.gl/1V5bQN) ให้ข้อสังเกตว่า นักการเมืองในอียูยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้เนื่องจากโครงสร้างการกำกับดูแลในเรื่องนี้มีความแตกแยกมาก

          ท่านผู้อ่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://euobserver.com/environment/136404    

เรียบเรียงโดยทีมงาน Thaieurope.net

Print Friendly